ทัวร์อิตาลี UNSEEN DOLOMITES 10วัน 7คืน เดินทาง เมษายน - ตุลาคม 2567 | สายการบินไทย (TG)

รหัสสินค้า : CJN_H004_UNSEEN DOLOMITES_10D7N_APR-OCT.24

ราคา

159,900.00 ฿

จำนวนที่จะซื้อ
ราคารวม 159,900.00 ฿

สินค้าไม่เพียงพอ

สินค้าหมด

UNSEEN DOLOMITES 10วัน 7คืน

สัมผัสความสวยงามของที่สุดแห่งเทือกเขาอิตาลี

#โดโลไมท์#อิตาลี

ราคาเริ่มต้น 159,900 บาท *(รวมค่าวีซ่าและทิปทุกอย่างแล้ว )

โดยสายการบิน: Thai Airways (TG)

>>>บินตรงมิวนิค 

มิวนิค (เยอรมัน) •โบสถ์เอททัล •การ์มิช พาร์เทินไครเช่น •อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ (อิตาลี) •ออร์ติเซ่ •ทะเลสาบ Carezza •เมืองโบซาโน่ วาลด์ เด ฟุเน่ •โบสถ์ Santa Maddalena •โบสถ์ San Giovanni •ขึ้นกระเช้า SECEDA •ขึ้นกระเช้า Alpe Di Siusi •บริกเซ่น •ทะเลสาบเบรียส ทะเลสาบมิซูรีน่า •คอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ •Hiking ยอดเขา Tre Cime di Lavaredo •ยอดเขา Ra Gusela •วิพิทีโน่ •อินน์สบรูค •โอเบอร์อัมเมอร์เกา

เดินทาง เมษายน - ตุลาคม 2567

หมายเหตุ กรุณาสอบถามที่นั่งว่างก่อนทำการจอง

UNSEEN DOLOMITES 10วัน 7คืน

โปรแกรมเดินทาง

วันแรก  กรุงเทพมหานคร

21.30 น.  คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินไทย อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

วันที่สอง  มิวนิค (เยอรมัน) - โบสถ์เอททัล – การ์มิช พาร์เทินเครียร์เชิน – อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ (อิตาลี) - ออร์ติเซ่

00.50 น.  ออกเดินทางสู่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน (บินตรง) โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG924 (ใช้เวลาบินประมาณ 11.15 ชม.) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินมีบริการ อาหารค่ำ และ อาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบินตรง สู่เมืองมิวนิค

07.05 น.  เดินทางถึงสนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมัน นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านชมสำนักสงฆ์แห่งเมืองเอททัล (Ettal Abbey)  (ระยะทาง 130 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.) สร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1330 ตรงกับวันนักบุญวีตาลิสแห่งมิลาน (Vitalis of Milan) โดย จักรพรรดิลุดวิกที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์หรือลุดวิกชาวบาวาเรียน (Ludwig the Bavarian) ที่หุบเขากราสแวง (Graswang valley) ตามที่พระองค์ได้ให้คำปฏิญาณไว้หลังจากกลับมาจากประเทศอิตาลี ตามตำนานกล่าวว่าม้าของจักรพรรดิลุดวิกผงกหัวสามครั้งตรงที่ที่ต่อมาเป็นที่สร้างอารามเดิม ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ตั้งรูปปั้นพระแม่มารีย์ ที่เรียกกันว่า “Frau Stifterin” หรือ “Ettal Madonna” (เอ็ททาลมาดอนนา) เป็นศิลปะตระกูลปิซาโน (Pisano) ซึ่งเป็นของขวัญที่พระเจ้าลุดวิกทรง มอบให้แก่วัด รูปปั้นนี้กลายมาเป็นวัตถุมงคล ที่นักแสวงบุญนิยมกันมาสักการะ แรกเริ่มเดิมทีตัวโบสถ์สร้างเป็นแบบโกธิก มีการบูรณะและเปลี่ยนไปใช้สไตล์บาร็อกแทน

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่เมืองการ์มิช พาร์เทินเครียร์เชิน(Garmisch-Partenkirchen) (ระยะทาง 15 กม. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) เมืองสวยในเขตเทือกเขาแอล์ป ที่ภายในตัวเมืองมีบรรยากาศของบ้านเรือน สไตล์บาวาเรียนแท้ๆ เป็นแหล่งสกีที่มีชื่อเสียง แหล่งสกีรีสอร์ตชั้นดีมีเพียงไม่กี่แห่งในเยอรมัน ปี 1936 ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว จึงเกิดการรวมตัว คู่บ้านแฝดนี้เข้าด้วยกันในปี 1935 ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม โดยพาร์เทนเคียร์เซินเมืองฝั่งตะวันออก (ฝั่งขวาสถานีรถไฟ) เป็นที่ตั้งลานสเก็ตน้ำแข็งและลานสกี ส่วนการ์มิช ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกมีจัตุรัสมารีนพลัทซ์เป็นศูนย์กลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยอาคารงดงาม โบส์ถ ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายยาเก่า อาคารบ้านเรือนบางหลังมีภาพวาดฝาผนังเฟรสโกแบบเดียวกับโอเบอร์อัมเมอร์เกา การ์มิช-พาร์เทนเคียร์เซิน เมืองทั้ง2แห่งนี้ ก่อตั้งชุมชนขึ้นไล่เลี่ยกันตั้งต่สมัยโรมันแผ่อาณาเขตเข้ามา 

นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่อุทยานแห่งชาติในเขตเทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) เขตทิโรล ของประเทศอิตาลี เป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวของอิตาลี ที่องค์กรยูเนสโกรับรองให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ  (Unesco) โดโลไมท์เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ ที่พาดผ่านตอนเหนือของประเทศอิตาลี หรืออิตาเลี่ยนแอลป์ เทือกเขาโดโลไมท์มียอดเขาที่มีลักษณะประหลาด เป็นกรวยสูงตระหง่าน ยอดแหลมชันราวซี่ฟันเลื่อยหรือฟันปลาไม่เหมือนยอดเขาอื่นใด ความโดดเด่นของ โดโลไมท์(Dolomites) คือ ยอดเขาสูง เป็นเขาหินปูนผนังแนวตั้งสีเทาขาว ภูเขาแต่ละลูกมีรูปร่างที่แตกต่างแปลกตา และให้สีสันที่แตกต่างกันยามเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ในยามพระอาทิตย์ ขึ้น-ตก เกิดเห็นยอดเขาเป็นสีชมพูจางๆ ที่ชาวอิตาลีเรียกความมหัศจรรย์นี้ว่า "Enrosadira" หมายถึง turn into pink บางส่วนเห็นเป็นสีส้มผสมแดง สีน้ำตาล ตัดกับสีของท้องฟ้าในช่วงเวลาที่ต่างกัน

นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองออร์ติเซ่ (Ortisei)  (ระยะทาง 165 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.) เมืองสกีรีสอร์ทเล็กๆที่ตั้งอยู่ในหุบเขา Dolomites Val Gardena โดยมีเทือกเขาต่างๆอยู่รายล้อม เช่น Seceda, Resciesa, Alpe di Siusi, Monte Piz และ Col de Mesdí ฯลฯ ที่นี่จัดได้ว่าเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวโดโลไมท์ในด้านตะวันตก ในฤดูหนาวกิจกรรมหลักก็หนีไม่พ้นการเล่นสกี ในฤดูร้อนก็เป็นการเดินป่า ปีนเขา ขี่จักรยาน ฯลฯ 

นำท่านเดินเที่ยวชม ย่านใจกลางเมือง ที่มีชื่อเสียงในด้านความสวยงามของอาคารบ้านเรือน โบสถ์ ตลอดจน ร้านค้า ร้านอาหาร และโรงเเรมต่างๆตั้งอยู่ อาคารเเต่ละหลังต่างมีเอกลักษณ์และตกเเต่งได้อย่างน่ารัก สวยงาม เป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่น และจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก บางคนยกย่องให้เป็นถนนคนเดินสายช้อปปิ้งที่สวยงามที่สุดของโดโลไมท์ นอกจากธรรมชาติอันงดงามแล้ว เมืองออร์ทิเซ่ยังขึ้นชื่อในเรื่องงานฝีมือแกะสลักไม้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยเฉพาะรูปสลักที่เกี่ยวข้องกับทางศาสนา ซึ่งเป็นของฝากของสะสมที่มีชื่อเสียงของที่นี่ นำท่านชมโบสถ์ Saint Ulrichตั้งอยู่ทิศเหนือของเมือง สถาปัตยกรรมสไตล์เรอเนสซองซ์และประติมากรรมบาโรก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง อิสระให้ทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Genziana Ortisei Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)

วันที่สาม  ออร์ติเซ่ - ทะเลสาบ Carezza  - เมืองโบซาโน่ -วาลด์ เด ฟุเน่ - โบสถ์ Santa Maddalena - โบสถ์ San Giovanni   ออร์ติเซ่

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเที่ยวชมทะเลสาบ Carezza Lake หรืออีกชื่อคือ “Lec de ergobando” ทะเลสาบที่ได้รับฉายาจากนักท่องเที่ยวว่า Rainbow Lake ทะเลสาบสายรุ้ง(ระยะทาง 54 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)  ทะเลสาบอัลไพน์ขนาดเล็กที่มีน้ำสีเขียวมรกตน้ำ ในทะเลสาบมีหลายเฉดสีตั้งแต่ เขียว,เทอร์ควอยซ์,ฟ้าและน้ำเงิน ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ถูกเรียกว่า ทะเลสาบสายรุ้ง มีทิวทัศน์ที่งดงาม อันมีฉากหลังเป็นเทือกเขา Latemar  ตั้งอยู่สูง 1,520 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความกว้างประมาณ 140 เมตร ยาว 300 เมตร น้ำในทะเลสาบมีความลึกตั้งเเต่ 6-22 เมตร ชื่นชมกับวิวทะเลสาบสีเขียวทองที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยเขาสูงปลายแหลม สะท้อนสีสันหลากหลายของธรรมชาติ

นำท่านเดินทางสู่เมืองโบลซาโน (Bolzano)  (ระยะทาง 42 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) ) เมืองที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ เมืองหลวงของภูมิภาคไทโรลใต้ (South Tyrol) ที่นี่แม่น้ำ Talvera จะไหลลงไปในแม่น้ำ Israco และมารวมกันเป็นแม่น้ำ Adige เนินเขาที่เป็นป่า ทุ่งหญ้า ไร่องุ่นและเทือกเขา Dolomites ในทางทิศตะวันออกนั้นเหมาะกับการพักผ่อนแบบผ่อนคลายอย่างยิ่ง นำท่านถ่ายภาพกับ มหาวิหารโบลซาโน (Duomo Bolzano)มหาวิหารใจกลาง Piazza Walther และสร้างขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 4 ในปีต่อ ๆ มามหาวิหารก็มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเข้ามาและได้รับการบูรณะ จุดเด่นของอาคารแบบกอธิคแห่งนี้คือหลังคากระเบื้องที่สวยงามหลังคานี้มีรูปแบบเพชรสีเขียวสีขาว และสีเหลือง โดดเด่นเหนืออาคารที่อยู่โดยรอบ นำท่านเดินสำรวจเมืองเก่า เดินเล่นชมจัตุรัสกลางของ Bolzano คือ Piazza Walther (Waltherplatz) ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่มีการจัดตลาดและเทศกาลต่างๆ และยังเป็นที่ตั้งโบสถ์สำคัญของเมืองอีกด้วย อิสระให้ทานเดินเล่น เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ ชุมชนวาลด์ เด ฟุเน่ (Val di funes) (ระยะทาง 41 กม. ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) มหัศจรรย์ของดินแดนแห่งธรรมชาติกับยอดเขาแปลกตาอีกแห่งในโดโลไมท์ เป็นหมู่บ้านมรดกโลกของอิตาลี รายล้อมด้วยเทือกเขาสูง เป็นชุมชนเล็กๆทางภาคตะวันตกของอุทยานโดโลไมท์ ประกอบไปด้วยหมู่บ้านเล็กๆ 6 หมู่บ้าน โดยมีชื่อเสียงจากการมีวิวทิวทัศน์ที่สวยในเขต South Tyrol นำท่านถ่ายภาพกับโบสถ์ Santa Maddalena โบสถ์เก่าแก่ประจำเมืองที่มีอายุกว่า 600 ปี โปสถ์ที่นิยมมาถ่ายภาพมากที่สุด ด้วย วิวทิวทัศน์ที่งดงาม มีฉากหลังเป็นเทือกเขา Odles (การเดินขึ้นไปถ่ายภาพความประทับใจ ท่านจะต้องเดินขึ้นเนินประมาณ 30 นาที ) อิสระให้ท่าถ่ายภาพตามอัธยาศัย นำท่านถ่ายภาพกับโบสถ์ San Giovanni โบสถ์เล็กๆ กลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มีฉากหลังเป็นเทือกเขา Odles ที่สวยงาม ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองออร์ติเซ่ (Ortisei)  (ระยะทาง 33 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Genziana Ortisei Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)

วันที่สี่  ออร์ติเซ่ - ขึ้นกระเช้า Seceda -  ขึ้นกระเช้า Alpe Di Siusi  - ออร์ติเซ่

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านนั่ง กระเช้าเคเบิ้ลคาร์  Ortisei – Funes – Seceda  นำท่านนั่งกระเช้า 2 ต่อ เพื่อขึ้นชมยอดเขา Seceda ภูเขารูปทรงเอกลักษณ์ ของโดโลไมท์ ความสูงประมาณ 2,519 เมตร โดยความพิเศษของยอดเขาคือ มีลักษณะคล้ายเปลวเพลิงที่เป็นหิน จนนักท่องเที่ยวต่างให้เรียกขานกันว่า Flame frozen in stone อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพความประทับใจ จากนั้นนำท่านกลับลงสู่ด่านล่าง

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย  นำท่านนั่งกระเช้า Cable car สู่ อัลเป ดี ซีอูซี ทุ่งหญ้าบนภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก Unesco อีกด้วย  ชมวิวทิวทัศน์ แบบพาโนรามา สัมผัสความงดงาม อันมหัศจรรย์ของดินแดน เทือกเขาโดโลไมท์ จากมุมสูงรอบด้าน ชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของหุบเขา โตรกผา โดยมีเทือกเขา  Sasolungo Mountain Range ที่มีรูปทรงประหลาดยอดเขาแหลมชันเป็นจุดเด่นมีเส้นทางเดินลัดเลาะ สู่จุดชมวิวต่างๆ ให้ท่านมีเวลาเก็บภาพสวยๆ อันประทับใจก่อนท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศสุดที่จะบรรยาย อิสระให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้ากลับ ลงสู่ด้านล่าง 

หมายเหตุ : การนั่งกระเช้า หากสภาพอากาศหรือมีเหตุขัดข้องไม่สามารถขึ้นได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการงดให้นั่งกระเช้า เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน  **กระเช้า เปิดตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายน 2567 ** 

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Genziana Ortisei Hotel**** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 3)

วันที่ห้า  ออร์ติเซ่ - บริกเซ่น - ทะเลสาบเบรียส – ทะเลสาบมิซูริน่า - คอร์ติน่า  ดอมปาสโซ่

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองบริกเซ่น (Brixen) (ระยะทาง 32  กม. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที)  เมืองเก่าแก่ในแคว้น South Tyrol นำท่านเที่ยมชมเมือง นำท่านชมโบสถ์ Cathedral of Brixen ซึ่งเป็นโบสถ์ประจำเมือง ที่สร้างอุทิศให้กับการอัสสัมชัญของพระนางมารีย์พรหมจารีและแคสเซียนแห่งอิโมลา โบสถ์ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่10 และมีการรีโนเวตใหม่ในศตวรรษที่18  เป็นโบสถ์สไตล์บาโรกที่สวยงาม

นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบรียส (Lake Braies ) หรือ (Pragser Wildsee)  (ระยะทาง 61  กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.15 ชม.) ในเขตอุทยานแห่งชาติ  Fanes Sennes Braies เขตป่าสงวนที่ใหญ่ที่สุดใจกลางเทือกเขาโดโลไมท์ ทะเลสาบที่ได้ขึ้นชื่อว่าไข่มุกแห่งโดโลไมต์ ตั้งอยู่ในหุบเขาโดโลไมต์ และยังได้เป็นส่วนหนึ่งใน มรดกโลก (Unseco) อีกด้วย ให้ท่านเก็บถ่ายภาพความงดงามของทะเลสาบ เชื่อกันว่าที่นี่เป็นประตูสู่ดินแดนใต้พิภพตามตำนาน ทุกๆร้อยปีในคืนพระจันทร์เต็มดวงเจ้าหญิงในตำนานจะออกมาจากเนินเขา Sass Dia Porta ภาษาลาตินหมายถึง “ประตูบนภูเขา” ทรงพายเรือรอบๆทะเลสาบ พร้อมส่งเสียงแตรที่ดังกึกก้องไปทั่ว เทือกเขาโดโลไมท์บ้างก็ว่า ครั้งหนึ่งเคยมีถ้ำตรงเนินเขาก่อนจะมีหินถล่มปิดปากถ้ำ เหมือนจะฝังเจ้าหญิงไว้ขัดขวางไม่ให้คืนความรุ่งโรจน์แก่อาณาจักรของพระองค์ตลอดกาล ทะเลสาบ Braies ตั้งอยู่ริมขอบทางทิศเหนือของอุทยานมีทางเดินอย่างดีเป็นวงกลมรอบทะเลสาบ

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบ (Lake Antorno) ทะเลสาบเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากทะเลสาบมิซูริน่าเพียง 2 กม. มีฉากหลังเป็นยอดเขา Tre Cime เป็นจุดถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกัน ให้ท่านเก็บภาพประทับใจตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบ มิซูลิน่า (Misurina Lake)  (ระยะทาง 15 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ทะเลสาบที่หลบซ่อนตัวในหุบเขา ทะเลสาบธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในคาดอร์ (Cadore) แห่ง อิตาลี โดยอยู่ในระดับความสูง 1,754 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ลักษณะของทะเลสาบมิซูรีน่ามีความยาว 2.6 กิโลเมตร และ มีความลึกที่สุดอยู่ที่ 5 กิโลเมตร ทะเลสาบมิซูรีน่ามีธรรมชาติอันงดงามและเป็นเอกลักษณ์ทั้งผืนน้ำที่สะท้อนกับหุบเขา ขนาดใหญ่เป็นดั่งภาพพื้นหลังให้วิวทิวทัศน์สมบูรณ์ของหุบเขาโดโลไมท์ที่มีความงดงามดุจในเทพนิยาย นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอร์ติน่า ดอมปาสโซ่()  (ระยะทาง 15 กม.ใช้ เวลา 25 นาที ) เมืองสกีรีสอร์ทที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเทือกเขาโดโลไมท์ คอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ เคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1956 และเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ 007 ตอน For Your Eye Only ได้รับการขนานนามว่าเป็น ไข่มุกแห่งเทือกเขาโดโลไมท์ เมืองนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,219 เมตร เป็นสถานที่ตากอากาศตลอดปีของชนชั้นสูงและบรรดาหนุ่มสาว อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองเลือกซื้อของที่ระลึกหรือเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Bellevue Suites & Spa **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)

วันที่หก  คอร์ติน่า  ดอมปาสโซ่ –  Hiking เขา  Tre Cime di Lavaredo - ยอดเขา Ra Gusela  - คอร์ติน่า  ดอมปาสโซ่

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่าน เดิน Hiking  เป็นระยะทางไป-กลับประมาณ 5 กม. นำท่านเดินไป ชมยอดเขา Tre Cime di Lavaredo (The Three Peaks of Lavaredo) เขาหินขนาดมหึมา 3 ลูกที่วางตัวเรียงกันในเเนวตะวันออก-ตะวันตก ความยิ่งใหญ่อลังการของมันทำให้ตัวเรามีขนาดเล็กจนเเทบจะเหมือนมดเท่านั้น โดยภูเขา 3 ลูกนี้มีชื่อว่า Cima Piccola ความสูง 2,857 เมตร, ลูกกลางชื่อ Cima Grande สูง 2,999 เมตร สวน ลูกขวามือซึ่งอยู่ทิศตะวันตกชื่อ Cima Ovest สูง 2,973 เมตร  เส้นทางเดินจะเริ่มต้นจาก Rifugio Auronzo  ทางตอนใต้ของ Tre Cime di Lavaredo  เป็นที่พัก และร้านอาหาร ทั้งเป็นจุดเริ่มต้น และสิ้นสุดการเดินทางเท้า

นำท่านเดินต่อไปยัง Cappella degli Alpini  ซึ่งเป็นโบสถ์เล็กๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อ รำลึกถึงการต่อสู้ของทหารภูเขาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี ค.ศ.1928 และเราจะเดินไปที่จุดหมายปลายทางสิ้นสุด ณ Rifugio Lavaredo ที่พักเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นในปี 1954 โดย Francesco Corte Colò (“Mazzetta”) ซึ่งเป็นพรานภูเขาเเละเจ้าหน้าที่กู้ภัย-ช่วยชีวิตรุ่นเเรกๆของที่นี่ ปัจจุบันเป็นร้านอาหาร มีห้องน้ำ กาแฟ  สามารถเข้าไปใช้บริการได้ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจของยอดเขา Tre Cime di Lavaredo ตามอัธยาศัย  นำท่านเดินกลับตามเส้นทางเดิม ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองคอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ (ระยะทาง 28 กม.ใช้เวลา 40 นาที)   

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ ปาซโว่ ดิ จาว  Passo di Giau (ระยะทาง 80 กม.ใช้เวลา 1.50 ชม.)  นำท่านถ่ายรูปกับRa Gusela  ภูเขารูปทรงพีระมิด เหนือทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย นำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก อิสระให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เดินเล่น เที่ยวชม เมืองคอร์ติน่า ดอมปาสโซ่

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Bellevue Suites & Spa **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)

วันที่เจ็ด  คอร์ติน่า  ดอมปาสโซ่ – วิพิทีโน่ – อินน์สบรูค 

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองวิพิทีโน่ (Vipiteno) (ระยะทาง 110  กม. ใช้เวลาประมาณ 1.50 ชม.) คือเมืองเล็กๆ ในเขตจังหวัด South Tyrol แห่งแคว้น Trentino-Alto Adige/Südtirol ทางตอนบนของประเทศอิตาลี ติดกับพรมแดนประเทศ ออสเตรีย เมืองที่เป็นศูนย์กลางของเขต Wipptal ตอนใต้แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองในดินแดนอิตาลีที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเทือกเขาแอลป์ โดยในเขตเมืองยังคงไว้ซึ่งอาคารบ้านเรือนศิลปะแบบอาณาจักรออสเตรียยุคกลางสีพาสเทลสุดน่ารักไว้อย่างสมบูรณ์ ในเมืองจะมีถนนเส้นหลักตัดผ่านกลางเมือง สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกสีพาสเทลหวานๆสดใส มีหอนาฬิกาของเมืองสูงเด่นเป็นสง่าบ่งบอกว่าที่นี่เป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของยุโรป เมืองเล็กแห่งนี้เรียกว่าน่ารักมาก หน้าร้อนจะเต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสันเต็มกระถางหน้าบ้าน อิสระให้ท่านถ่ายรูปและเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินซ์บรูค (Innsbruck) (ระยะทาง 58 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) หนึ่งในสามเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของออสเตรีย (อีกสองแห่งคือเวียนนา และซาลส์บวร์ก) ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน มีลักษณะเป็นที่ราบแคบแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ เดิมทีเมืองนี้เป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เนื่องด้วยเพราะสภาพอากาศที่ดีตลอดปี เป็นเหตุให้ผู้ที่ได้เข้ามาปกครองออสเตรียต่างติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ อาทิเช่น พระนางมาเรีย เทเรเซีย หรือแม้แต่ นโปเลียน ยังชอบมาพำนักที่เมืองนี้ โดยพระราชวังตากอากาศที่เมืองอินซ์บรูคมีชื่อว่า ชลอสอัมราส ได้รับขนานนามว่าเชินบรุนน้อย เพราะเชินบรุนคือพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิออสเตรีย ตั้งอยู่ที่กรุงเวียนนาเป็นศูนย์กลางของการปกครองของจักรวรรดิ  เมื่อจักรพรรดิและจักรพรรดินีต่างพากันมาตากอากาศที่อินซ์บรูค ชลอสอัมราส และอินส์บรูคจึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางการปกครองในช่วงเวลานั้นไปโดยปริยาย นำท่านชมย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย  นำท่านชมโกลเด้นรูฟ หรือหลังคาทองคำที่มีชื่อเสียงสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเก่าในนครอินซ์บรูค ก่อสร้างเมื่อศตวรรษที่ 15 ด้วยศิลปะสไตล์โกธิกผสมบาโรก โดยส่วนของหลังคาที่ยื่นออกมาจากระเบียงก่อสร้างด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น ปัจจุบันโกลเด้นรูฟถูกใช้เป็นสำนักงานการประชุมอัลไพน์นานาชาติ ได้เวลานำท่านเดินทางนำท่านถ่ายรูปกับพระราชวังฮอฟบูร์ก (Hofburg Palace) พระราชวังที่ราชสำนักใช้แปรพระราชฐานในช่วงฤดูหนาวและบันทึกภาพสวยจากอาคาร เรอเนสซองส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรีย นำท่านเดินชมเมืองอินน์สบรูค อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก AC Hotel Innsbruck **** หรือเทียบเท่า

วันที่แปด  อินน์สบรูค – โอเบอร์อัมเมอร์เกา -  มิวนิค      

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองโอเบอร์อัมเมอร์เกา (Oberammergau) (ระยะทาง 81 กม. ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม.) เป็นเมืองที่มีบรรยากาศทางธรรมชาติที่สวยงามของหุบเขา และยังเป็นหมู่บ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการตกแต่งผนังอาคารบ้านเรือนด้วยภาพเขียนทางศาสนา และวิถีชีวิตชนบท มีศิลปาชีพท้องถิ่นเป็นงานแกะสลักไม้ที่มีความสวยงามขึ้นชื่อและเป็นสถานที่จัดแสดงอุปรากรระดับโลกที่ชื่อว่า The Passion Play ซึ่งเป็นอุปรากรที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางศาสนาคริสต์ที่จะจัดขึ้นสิบปีต่อหนึ่งครั้งอีกด้วย

นำท่านเดินทางสู่นครมิวนิค (Munich) ประเทศเยอรมัน (ระยะทาง 90 กม. ใช้เวลาประมาณ เวลา 1.30 ชม.) เมืองที่เต็มไปด้วยความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมในหลายรูปแบบ ไม่ว่าแบบเรอเนซองส์ คลาสสิคหรือทันสมัย  นำท่านผ่านชมสถานที่สำคัญๆมากมาย โรงละครโอเปร่า หน่วยงานราชการต่างๆ บนถนนสายสำคัญ ถนนแม็กซิมิเลียน ถนนฟรานซ์โจเซฟ ฯลฯ 

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) หรือ จัตุรัสมารี (Mary) แลนด์มาร์คใจกลางเมือง ในอดีตพื้นที่นี้เคยเป็นตลาดเรียกว่า “ตลาดสี่เหลี่ยม” ภายหลังได้กลายเป็นที่ตั้งของ New Town Hall ได้รับการออกแบบและตกแต่งในสไตล์โกธิค ในบริเวณจัตุรัสประกอบไปด้วย ศาลากลางเก่าที่มีซุ้มประตูและหอคอย ศาลาว่าการ New Town สถาปัตยกรรมเสารูปปั้นของพระแม่มารีสีทอง น้ำพุปลา และหอคอย Glockenspiel ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในช่วงฤดูร้อนจะมีการโชว์ระบำตุ๊กตาในช่วงเวลา 11.00น. – 12.00น. และ 17.00น. จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย หรือเลือกเดินเล่นชมเมืองถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสมาเรียน

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Holiday Inn Munich City Center Hotel **** หรือเทียบเท่า

วันที่เก้า  มิวนิค

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

อิสระทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

11.00 น.  นำท่านเดินทางสู่สนามบินมิวนิค เพื่อให้ท่านมีเวลาดำเนินการเรื่องทำคืนภาษี (TAX Refund)

14.25 น.  ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานคร โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG925 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10.40 ชม.)

วันที่สิบ  กรุงเทพมหานคร

06.05 น.       เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

 

*****Travel Around the World by Chic Journey*****

หมายเหตุ : โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาพลม ฟ้า อากาศ การจราจร และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทาง

    

 วันเดินทาง

12-21 เม.ย. 67 | 24 พ.ค. – 2 มิ.ย. 67 | 14- 23 มิ.ย. 67 | 20-29 ก.ค. 67 | 9-18 ส.ค. 67 | 20-29 ก.ย. 67 | 11-20 ต.ค. 67

อัตราค่าบริการ 

2567

ผู้ใหญ่พัก 2 ท่านต่อห้อง หรือ เด็กอายุมากกว่า 11 ปีบริบูรณ์ พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน หรือ พัก 3 ท่านต่อห้อง ราคาท่านละ

159,900

พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ

30,000

เด็กอายุ 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน เสริมเตียง

149,900

ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์(TG) เริ่มต้นที่ท่านละ

(ราคาสามารถยืนยันได้ก็ต่อเมื่อที่นั่งconfirm เท่านั้น)

110,000 – 170,000

ไม่เอาตั๋วเครื่องบินหักคืน (BKK-MUC-BKK)

32,000

กรณีมีวีซ่าเชงเก้นแล้ว หักเงินคืนค่าวีซ่าท่านละ

4,000

**ราคาอาจมีการปรับขึ้น – ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่สายการบินประกาศปรับ

และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 17/12/2023) **

Visitors: 126,174