ทัวร์แอฟริกาใต้ ส.ค.69-ม.ค.70 South Africa บิน EK 9 วัน 6 คืน เที่ยวเคปทาวน์ ซาฟารี Table Mountain Sun City เยือนทุ่งหญ้าสะวันนา:มีเดินทางปีใหม่ปีใหม่
รหัสสินค้า : CJN-B001-CPT01-EK-SOUTH AFRICA
| ราคา |
139,999.00 ฿ |
| จำนวนที่จะซื้อ | |
| ราคารวม | 139,999.00 ฿ |
สินค้าไม่เพียงพอ
สินค้าหมด
ทัวร์แอฟริกาใต้ (South Africa) พาคุณสัมผัสเสน่ห์ของประเทศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ สัตว์ป่า Big Five และแลนด์มาร์กระดับโลก เที่ยวครบทั้ง Cape Town, Table Mountain, Cape of Good Hope, Boulders Beach, Sun City และ Safari Game Drive พร้อมพักโรงแรมระดับ 4–5 ดาว รวมค่าเข้าชม อาหาร และบริการแบบครบครัน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหา ทัวร์แอฟริกาใต้แบบพรีเมียม ที่เที่ยวครบในทริปเดียว
ไฮไลต์ทัวร์แอฟริกาใต้
•พักโรงแรมระดับตำนาน The Palace of the Lost City 1 คืน
•นั่งกระเช้า Table Mountain 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก
•Safari Game Drive 2 รอบ ลุ้นชม Big Five
•เที่ยว Cape of Good Hope
•ชมเพนกวินแอฟริกันที่ Boulders Beach
•ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก พร้อมแชมเปญ
•ชิมไวน์ชื่อดังที่ Stellenbosch
•นั่งรถ Sidecar วินเทจ เลียบชายฝั่งแอตแลนติก สัมผัสลมทะเลแบบคลาสสิก
•อาหารจัดเต็มครบมื้อ
•เมนูพิเศษ กุ้งล็อบสเตอร์ และชิมไวน์รสเลิศ ณ ไร่องุ่น Stellenbosch
•คนไทยฟรีวีซ่า
ราคา:เริ่มต้น 139,999.-บาท
**รวมทิปไกด์ท้องถิ่นและค่าเข้าชมรวมให้หมดแล้ว
โดยสายการบิน : Emirates ( EK )
**พักโรงแรมระดับ 4–5 ดาว
เดินทาง : สิงหาคม 2569-มกราคม 2570
**ปีใหม่ 25 ธันวาคม 2569 - 2 มกราคม 2570
หมายเหตุ **รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาเชคที่นั่งว่างก่อนทำการจอง
|
วัน |
โปรแกรมแอฟริกาใต้ 9 วัน 6คืน |
|
วันแรก |
สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย |
|
วันที่สอง |
สนามบินดูไบ•สนามบินเคปทาวน์ •เคปทาวน์ • นั่งกระเช้าไฟฟ้า 360 องศา • ภูเขาโต๊ะ Victoria & Alfred (V&A) Waterfront |
|
วันที่สาม |
เคปทาวน์•เกาะแมวน้ำ•นกเพนกวิน•แหลมกู๊ดโฮป•ขึ้นรถราง•Cape Point•ประภาคารเก่า • เคปทาวน์ |
|
วันที่สี่ |
เคปทาวน์•นั่งมอเตอร์ไซค์ Sidecar •สเตลเลนบอช • ไร่องุ่น • โรงงานผลิตไวน์ • ชิมไวน์ •เคปทาวน์•ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก •เคปทาวน์ |
|
วันที่ห้า |
เคปทาวน์ •สนามบินเคปทาวน์ •โจฮันเนสเบิร์ก•Lion & Safari Park •ซันซิตี้ |
|
วันที่หก |
The Palace of the Lost City •Bridge of Time •Valley of Waves •Lion & Safari Park • Pilanesberg National Park |
|
วันที่เจ็ด |
Morning Safari • พริทอเรีย • Valley of Waves •อาคารรัฐสภา •จัตุรัสกลางเมือง •อนุสาวรีย์หินแกรนิต •โจฮันเนสเบิร์ก•Sandton City Mall |
|
วันที่แปด |
โจฮันเนสเบิร์ก • สนามบินโออาร์ แทมโบ •สนามบินดูไบ |
|
วันที่เก้า |
สนามบินดูไบ•สนามบินสุวรรณภูมิ |
|
อัตราค่าบริการ |
|||||
|
วันเดินทาง |
จำนวน |
รายละเอียดไฟลท์บิน |
ผู้ใหญ่ |
เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี (ไม่มีเตียง) |
พักเดี่ยวเพิ่ม |
|
11 – 19 สิงหาคม 2569 |
20+1TL |
EK373 BKKDXB 21.35 00.50 EK772 DXBCPT 03.45 11.30 EK762 JNBDXB 13.30 23.40 EK384 DXBBKK 02.50 12.30 |
139,999 |
138,999 |
+31,500 |
|
01 – 09 กันยายน 2569 |
26+1TL |
139,999 |
138,999 |
+31,500 |
|
|
16 – 24 กันยายน 2569 |
20+1TL |
139,999 |
138,999 |
+31,500 |
|
|
16-24 ตุลาคม 2569 |
20+1TL |
139,999 |
138,999 |
+31,500 |
|
|
25 ธ.ค. – 2 ม.ค. 2570 |
20+1TL |
159,999 |
158,999 |
+35,500 |
|
วันแรก : สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย
18.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) ชั้น 4 ประตู 9 เคาน์เตอร์สายการบิน EMIRATES (EK)โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการเช็คอินให้แก่ทุกท่าน
21.35 น. ออกเดินทางสู่เมือง เคปทาวน์ (Cape Town) ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa) โดยสายการบิน EMIRATES (EK)เที่ยวบินที่EK373(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
วันที่สอง : สนามบินดูไบ •สนามบินเคปทาวน์ • เคปทาวน์•นั่งกระเช้าไฟฟ้า 360 องศา •ภูเขาโต๊ะ •Victoria & Alfred (V&A) Waterfront (อาหาร : -/กลางวัน/เย็น)
00.50 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ (DXB)เพื่อรอต่อเครื่อง
03.45 น. เดินทางต่อสู่ ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa)โดยสายการบิน EMIRATES (EK)เที่ยวบินที่EK772(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
11.30 น. เดินทางถึง สนามบินเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ (CPT)จากนั้นรับกระเป๋าและผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง(เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเพื่อสะดวกในการนัดหมาย)จากนั้น
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น(1)
เคปทาวน์ (Cape Town)เป็นเมืองที่สวยติดอันดับต้นๆ ของโลก เพราะมีภูมิประเทศที่โดดเด่นแบบ "เมืองในอ้อมกอดของขุนเขาและมหาสมุทร" โดยมีแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง Table Mountain ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังตัดกับน้ำทะเลสีครามของมหาสมุทรแอตแลนติก เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย มีตั้งแต่ย่านริมน้ำสุดหรูอย่าง V&A Waterfront ไปจนถึงเส้นทางขับรถชมวิวเลียบชายฝั่งที่สวยงามระดับโลก รวมถึงพื้นที่ปลูกไวน์เก่าแก่ และฟาร์มเพนกวินที่หาด Boulders Beach ทำให้ที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ครบรสทั้งธรรมชาติ กิจกรรมแอดเวนเจอร์ และการพักผ่อนแบบเหนือระดับ
นำท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้า 360 องศา (Rotator cableway) เพื่อขึ้นสู่ ภูเขาโต๊ะ (Table Mountain)ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ภูเขายอดราบอันเป็นเอกลักษณ์และสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ โดยมีความโดดเด่นที่ยอดเขาซึ่งแบนราบเป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร จนดูเหมือน "โต๊ะ" ขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่งมหาสมุทร สถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกยุคใหม่
เนื่องจากมีความหลากหลายทางชีวภาพที่สูงมาก โดยเฉพาะพืชพรรณท้องถิ่นที่หาดูได้ยาก นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพแบบพาโนรามาของตัวเมืองและอ่าวได้ทั้งการเดินป่าตามเส้นทางธรรมชาติหรือการใช้กระเช้าไฟฟ้า (Cableway) ซึ่งมักจะมีปรากฏการณ์เมฆปกคลุมยอดเขาที่ชาวท้องถิ่นเรียกว่า "ผ้าปูโต๊ะ" (Tablecloth) เพิ่มความสวยงามและลึกลับให้กับภูเขาแห่งนี้เป็นอย่างมาก
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารจีน(2)
คืนที่ 1 พักที่ Cresta Grande Cape Town หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สาม : เคปทาวน์ •เกาะแมวน้ำ • นกเพนกวิน •แหลมกู๊ดโฮป •ขึ้นรถราง •Cape Point •ประภาคารเก่า • เคปทาวน์ (อาหาร : เช้า/กลางวัน/เย็น)
เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม(3)
นำท่านล่องเรือออกจากชายฝั่งเพื่อมุ่งหน้าสู่ เกาะแมวน้ำ (Seal island) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เกาะหินกลางทะเลที่เป็นอาณาจักรของแมวน้ำขนปุย (Cape Fur Seals) นับหมื่นตัว ให้คุณได้ชมภาพความน่ารักของแมวน้ำที่นอนเบียดเสียดกันบนโขดหินและว่ายน้ำหยอกล้อไปกับระลอกคลื่นอย่างใกล้ชิด ถือเป็นทริปสั้นๆ ที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับคนรักสัตว์และช่างภาพที่ต้องการสัมผัสความยิ่งใหญ่ของระบบนิเวศทางทะเลแอฟริกาใต้
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เมื่อเดินทางถึง นำท่านเที่ยวชม นกเพนกวิน (Boulders Penguin Colony) จุดท่องเที่ยวสุดพิเศษที่คุณจะได้ชมฝูง นกเพนกวินแอฟริกัน หลายพันตัวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติบนชายหาด โดยทางอุทยานได้จัดทำทางเดินไม้ (Boardwalks) ให้คุณสามารถเดินชมวิถีชีวิตของน้องๆ ได้อย่างใกล้ชิดและปลอดภัย นอกจากจะได้ภาพถ่ายที่น่ารักแล้ว ที่นี่ยังเป็นเขตอนุรักษ์สำคัญที่ช่วยให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับนกเพนกวินสายพันธุ์ที่หาดูได้ยากนี้ในบรรยากาศริมทะเลที่สวยงาม
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น(4) พิเศษ!! เมนูกุ้งล็อบส์เตอร์
นำท่านถ่ายรูปกับ แหลมกู๊ดโฮป (Cape of good hope)เป็นแลนด์มาร์คที่ห้ามพลาดเมื่อไปเยือนเมืองเคปทาวน์ เพราะนอกจากจะได้ถ่ายรูปคู่กับป้ายไม้ชื่อดังที่เป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางมาถึงจุดตะวันตกเฉียงใต้สุดของทวีปแอฟริกาแล้ว คุณจะได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์อันตระการตาของหน้าผาสูงชันตัดกับน้ำทะเลสีคราม และถนนเลียบชายหาดที่สวยติดอันดับโลก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จุดขึ้นรถรางเพื่อนำท่าน ขึ้นรถราง (Flying Dutchman Funicular)สู่ Cape Pointเพื่อชมจุดที่มหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรอินเดียมาบรรจบกันทางทัศนวิสัย ชม ประภาคารเก่าเพื่อชมวิวพาโนรามาที่มองเห็นเกลียวคลื่นซัดเข้าหาฝั่งได้อย่างสุดสายตา บริเวณนี้ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยงามและดูทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งในแอฟริกาใต้ โดยมีเส้นทางเดินเขาเลียบหน้าผาให้สายผจญภัยได้สำรวจ พร้อมจุดแวะพักถ่ายรูปกับทัศนียภาพของ "จุดสิ้นสุดทวีป" ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังยืนอยู่ที่ริมขอบโลก รวมถึงยังมีโอกาสได้เจอสัตว์เจ้าถิ่นอย่างนกกระจอกเทศและลิงบาบูนตามธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติอีกด้วย
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมือง เคปทาวน์ (Capetown)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม. เพื่อรับประทานอาหารค่ำ
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น(5)
คืนที่ 2 พักที่ Cresta Grande Cape Town หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สี่ : เคปทาวน์• นั่งมอเตอร์ไซค์ Sidecar •สเตลเลนบอช •ไร่องุ่น • โรงงานผลิตไวน์ • ชิมไวน์ • เคปทาวน์ • ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก •เคปทาวน์ (อาหาร : เช้า/กลางวัน/เย็น)
เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม(6)
นำท่านเที่ยวชมเมือง เคปทาวน์ (Capetown)ในสไตล์คลาสสิคด้วยการ นั่งมอเตอร์ไซค์ Sidecarมอเตอร์ไซค์วินเทจพร้อมคนขับ พร้อมรถพ่วงข้าง กับการร่วมกิจกรรม Cape Sidecar Adventureสัมผัสประสบการณ์พิเศษ โดยทุกท่านต้องสวมแจ็คเก็ตหนังย้อนยุคสุดเท่ แว่นตา หมวกกันน็อค และผ้าพันคอที่จะมอบให้ท่านเป็นที่ระลึก (เฉพาะผ้าพันคอฟรี) นำท่านเดินทางไปตามเส้นทาง ชายฝั่งแอตแลนติก และ แชปแมนส์พีคไดรฟ์ นำท่านชมความสวยงามของชายฝั่ง ผ่านเขตชานเมืองชายฝั่งของ Sea Point, Bantry Bay ,Clifton, Camps Bay และ Hout Bay และไปยังจุดชมวิว Chapman's PeakDrive
นำท่านเดินทางสู่เมือง สเตลเลนบอช (Stellenbosch)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม. เป็นเมืองเก่าแก่ที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศแอฟริกาใต้ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเคปทาวน์ โดยมีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะ "ดินแดนแห่งไวน์" และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำ ตัวเมืองโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบดัตช์คัพ (Cape Dutch) ที่มีอาคารสีขาวสะอาดตาตัดกับแนวต้นโอ๊กเก่าแก่ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ท่ามกลางหุบเขาและไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตา ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมการดื่มไวน์ระดับพรีเมียม ดื่มด่ำกับงานศิลปะ และพักผ่อนในบรรยากาศเมืองมหาวิทยาลัยที่เงียบสงบแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์
ให้ท่านเดินชม ไร่องุ่นสีเขียวขจีที่โอบล้อมด้วยทิวเขาอันงดงาม พร้อมเที่ยวชม โรงงานผลิตไวน์ปิดท้ายด้วยไฮไลต์สำคัญอย่างการ ชิมไวน์รสเลิศที่จะทำให้คุณได้เข้าถึงรสสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ของแอฟริกาใต้อย่างแท้จริง
**หมายเหตุ เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น เนื่องจากมีฟาร์มไวน์เป็นจำนวนมาก กรณีที่บางฟาร์มไม่สามารถให้บริการได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ฯ ในการเปลี่ยนฟาร์มโดยมิต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า**
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เคปทาวน์ (Capetown)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.เพื่อนำท่านชมพระอาทิตย์ตก กับกิจกรรม ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก (Sunset Champagne Cruise) สุดโรแมนติกในช่วงเย็น เพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามของมหาสมุทรและเส้นขอบฟ้าในขณะที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การจิบแชมเปญหรือสปาร์คกลิ้งไวน์ท่ามกลางสายลมเย็นและเสียงคลื่น ซึ่งในเคปทาวน์นั้นเรือมักจะแล่นออกจากท่าเรือ V&A Waterfront เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับวิว Table Mountain จากมุมมองกลางทะเลที่หาดูได้ยาก เมื่อทำกิจกรรมเสร็จนำท่านกลับสู่ฝั่งเพื่อรับประทานอาหารค่ำ
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น(8)
คืนที่ 3 พักที่ Cresta Grande Cape Town หรือระดับเทียบเท่า
(โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)
วันที่ห้า : เคปทาวน์ • สนามบินเคปทาวน์ • โจฮันเนสเบิร์ก • Lion & Safari Park • ซันซิตี้ (อาหาร : เช้า/-/เย็น)
เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม(9)
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเคปทาวน์ (CPT)เพื่อเดินทางสู่เมือง โจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg)หรือที่รู้จักกันในชื่อ "City of Gold" เมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศแอฟริกาใต้ เมืองนี้โดดเด่นด้วยพลังแห่งความทันสมัย ตึกระฟ้ากับบรรยากาศที่คึกคักแบบมหานครระดับโลก และยังเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ศิลปะ และนวัตกรรมที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทวีปให้มาแสวงหาโอกาสใหม่ๆ
ออกเดินทางสู่เมือง โจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg)โดยสายการบิน South African Airways (SA)*ไฟลท์บินจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหลังจากทำการออกตั๋วแล้ว ไฟลท์บินอาจมีการเปลี่ยนแปลง*เมื่อเดินทางถึงเมือง โจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg)หลังจากผ่านพิธีตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
นำท่านเข้าชม Lion & Safari Parkในโจฮันเนสเบิร์กเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ยอดนิยมที่เน้นให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศกึ่งเปิด โดยไฮไลต์สำคัญคือการนั่งรถนำเที่ยว (Safari Drive) เพื่อชม สิงโตเจ้าป่า และสัตว์หายากอย่าง สิงโตขาว รวมถึงเสือชีตาห์และหมาป่าไฮยีน่า นอกจากนี้ยังมีโซนที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารยีราฟและโอริกซ์ได้ด้วย
นำท่านเดินทางสู่เมือง ซันซิตี้ (Sun city)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40 ชม. อาณาจักรพักผ่อนและความบันเทิงระดับโลกใจกลางหุบเขาภูเขาไฟที่ดับแล้วในจังหวัด North West ของแอฟริกาใต้ โดดเด่นด้วยความหรูหราอลังการจนได้ฉายาว่า "ลาสเวกัสแห่งแอฟริกา" โดยผสมผสานสถาปัตยกรรมปราสาทเทพนิยายอย่าง The Palace of the Lost City เข้ากับกิจกรรมสันทนาการครบวงจร ทั้งสวนน้ำคลื่นเทียมขนาดใหญ่ สนามกอล์ฟมาตรฐานโลก คาสิโน และยังตั้งอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติพิลานเนสเบิร์ก ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่รวมความสะดวกสบายระดับไฮเอนด์และการผจญภัยส่องสัตว์ป่า (Big Five) ไว้ในที่เดียวกันอย่างลงตัว
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น(9)
คืนที่ 4 พักที่ The Palace of the Lost City หรือระดับเทียบเท่า
วันที่หก : The Palace of the Lost City • Bridge of Time •Valley of Waves • Lion & Safari Park • Pilanesberg National Park (อาหาร : เช้า/กลางวัน/เย็น)
เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม(9)
นำท่านถ่ายรูปกับจุดไฮไลต์อันเป็นหัวใจของ Sun City โดยเริ่มต้นจาก The Palace of the Lost Cityโรงแรมสุดหรูระดับตำนานที่จำลองปราสาทโบราณอันสาบสูญด้วยสถาปัตยกรรมอลังการเหนือกาลเวลา เชื่อมต่อมายัง Bridge of Timeสะพานแห่งประวัติศาสตร์ที่สร้างความตื่นเต้นด้วยเอฟเฟกต์แผ่นดินไหวจำลองทุกๆ ชั่วโมง ซึ่งเป็นทางเชื่อมมุ่งหน้าสู่ Valley of Wavesสวนน้ำระดับโลกที่มีไฮไลต์เป็นทะเลเทียมคลื่นยักษ์ท่ามกลางบรรยากาศป่าเขตร้อน ซึ่งทั้งสามจุดนี้รวมกันเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มอบประสบการณ์ทั้งความหรูหรา ความตื่นเต้น และการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบในที่เดียว อิสระให้ท่านเที่ยวชมตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติพิลาเนสเบิร์ก (Pilanesberg National Park)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เมื่อเดินทางถึง นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พักสไตล์รีสอร์ตที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติหรือในเขตอุทยาน (Lodge)
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ที่พัก(10)
จากนั้นนำท่านเข้าชม อุทยานแห่งชาติพิลาเนสเบิร์ก (Pilanesberg National Park)อุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของแอฟริกาใต้ ตั้งอยู่ในแอ่งภูเขาไฟที่ดับแล้วซึ่งมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่เก่าแก่และสวยงามแปลกตา โดยมีจุดเด่นคือการเป็นพื้นที่ปลอดไข้มาลาเรีย (Malaria-free) และเป็นบ้านของสัตว์ป่าน้อยใหญ่รวมถึง Big Five (สิงโต, เสือดาว, ช้าง, แรด และควายป่า) แบบครบถ้วน ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ติดกับ Sun City ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ซาฟารีที่อุดมสมบูรณ์และเดินทางเข้าถึงได้ง่ายที่สุดแห่งหนึ่ง ในกิจกรรม Game Drive รอบที่ 1
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ที่พัก(11)
คืนที่ 5 พักที่ Bakubung Bush Lodge หรือระดับเทียบเท่า
วันที่เจ็ด : Morning Safari • พริทอเรีย • Valley of Waves •อาคารรัฐสภา •จัตุรัสกลางเมือง • อนุสาวรีย์หินแกรนิต •โจฮันเนสเบิร์ก • Sandton City Mall(อาหาร : เช้า/กลางวัน/เย็น)
นำท่านทำกิจกรรม Morning SafariGame Drive รอบที่ 2 คือกิจกรรมนั่งรถซาฟารีส่องสัตว์ในช่วงเช้าตรู่ (ประมาณ 06:00 น.) ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเห็นสัตว์ป่า เพราะอากาศยังเย็นสบายทำให้สัตว์นักล่าอย่างสิงโตหรือเสือดาวมักออกเดินเล่นหรือล่าเหยื่อ ก่อนที่แดดจะร้อนจนพวกมันเข้าไปพักผ่อน โดยคุณจะได้นั่งรถเปิดประทุนชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทุ่งหญ้าสะวันนาและรับฟังข้อมูลจากเรนเจอร์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นประสบการณ์การเริ่มต้นวันที่ตื่นเต้นและมีโอกาสพบเจอสัตว์ตระกูล Big Five
เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม(12)
นำท่านเดินทางสู่เมือง พริทอเรีย (Pretoria)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. เมืองหลวงด้านการบริหารของประเทศแอฟริกาใต้ที่มีเสน่ห์ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นระเบียบกว่าโจฮันเนสเบิร์ก โดยไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุดคือช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนที่ดอกศรีตรังสีม่วงจะบานสะพรั่งกว่า 70,000 ต้นทั่วทั้งเมือง นอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และการเมืองที่ ที่บอกเล่าเรื่องราวการบุกเบิกของชาวบัวร์ ทำให้พริทอเรียเป็นเมืองที่ผสมผสานกลิ่นอายความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมยุโรปเข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่ของแอฟริกาใต้
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น(13)
เมื่อเดินทางถึงนำท่านเที่ยวชมเก็บภาพกับ อาคารรัฐสภา (Union Buildings) อาคารที่สวยที่สุดในแอฟริกาใต้ ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นวิวเมืองได้ทั้งเมือง และมีรูปปั้น Nelson Mandela ขนาดใหญ่จัตุรัสกลางเมือง (Church square)ลานกว้างที่ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปศตวรรษที่ 19 ที่สวยและสมบูรณ์ที่สุดในแอฟริกาใต้ อาทิ ศาลาว่าการเมืองทชวาเน ตรงกลางจัตุรัสมีรูปปั้นสำริดขนาดใหญ่ของอดีตประธานาธิบดี Paul Kruger (บุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์แอฟริกาใต้) ตั้งตระหง่านอยู่อนุสาวรีย์หินแกรนิต (Voortrekker Monument)ลานกว้างที่ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปศตวรรษที่ 19 ที่สวยและสมบูรณ์ที่สุดในแอฟริกาใต้ อาทิ ศาลาว่าการเมืองทชวาเน ตรงกลางจัตุรัสมีรูปปั้นสำริดขนาดใหญ่ของอดีตประธานาธิบดี Paul Kruger (บุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์แอฟริกาใต้) ตั้งตระหง่านอยู่ ให้ท่านอิสระเที่ยวชมตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เพื่อให้ท่านได้มีเวลาช้อปปิ้ง ณSandton City Mall ศูนย์การค้าสุดหรูที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในย่านธุรกิจของโจฮันเนสเบิร์ก เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่รวมแบรนด์เนมระดับโลกไว้ครบครัน
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารไทย(14)
คืนที่ 6 พักที่ Peermont Mondior Hotel at Emperors Palace หรือระดับเทียบเท่า
วันที่แปด : โจฮันเนสเบิร์ก • สนามบินโออาร์ แทมโบ • สนามบินดูไบ (อาหาร : เช้า/-/-)
เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม(15)
ได้เวลาอันสมควรนำออกเดินทางสู่ สนามบินโออาร์ แทมโบ (JNB)เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำการ คืนภาษี (Tax Refund) และออกเดินทางไปยัง
13.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานครโดยสายการบิน EMIRATES (EK)เที่ยวบินที่EK762(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
23.40 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ (DXB)เพื่อรอต่อเครื่อง
วันที่เก้า : สนามบินดูไบ• สนามบินสุวรรณภูมิ
02.50 น. เดินทางต่อสู่เมือง ประเทศไทย โดยสายการบิน EMIRATES (EK)เที่ยวบินที่EK384(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
12.30 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม









