ทัวร์ยุโรป แกรนด์สแกนดิเนเวีย พระอาทิตย์เที่ยงคืน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน 14 วัน เดินทาง มิถุนายน-สิงหาคม 2569 | การบินไทย (TG)
รหัสสินค้า : CJN_H002 MIDNIGHTSUN 14D Jun-Aug 26 TG
| ราคา |
249,900.00 ฿ |
| จำนวนที่จะซื้อ | |
| ราคารวม | 249,900.00 ฿ |
สินค้าไม่เพียงพอ
สินค้าหมด
แกรนด์สแกนดิเนเวีย | 14 วัน
พระอาทิตย์เที่ยงคืน
เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน
ราคา: 249,900 บาท (รวมวีซ่าเชงเก้น และทิปทุกอย่างแล้ว)
***พร้อมเที่ยวบินภายใน 2 เที่ยวบิน***
โดยสายการบิน: Thai Airways (TG)
•โคเปนเฮเกน • รอสกิลด์ • โอเดนเซ • ออร์ฮูส • อัลบอร์ก • เฮิร์ตชัลส์ • สตาวังเกอร์ • อุโมงค์ Ryfylke อนุสาวรีย์ดาบในหิน • ลูวิค • เบอร์เกน • กระเช้าอุลริเคน • บริกเกน ล่องเรือแนรอยด์ฟยอร์ด สไตล์แฮม • วอส • ไกโล • ออสโล • อัลตา • ออนนิงสเวก • ลักเซล • อิวาโล • ทะเลสาบอินารี • โรวาเนียมิ • หมู่บ้านซานตาครอส • ฟาร์มกวางเรนเดียร์ • เฮลซิงกิ • สตอกโฮล์ม • City Hall • พิพิธภัณฑ์เรือรบวาซาร์ • จุดชมวิวบนเนินเขา FJALLGATAN
>>ล่องเรือไลเซฟยอร์ด
>>นั่งเรือ Fjord Line (ห้องพักหน้าต่าง)
>>เรือซิลจาไลน์ส (ห้องพักหน้าต่าง)
**ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน
**กิจกรรมจับปูยักษ์ พร้อมลิ้มลองเมนูปูยักษ์
เดินทาง: 11 - 24 มิ.ย. 2569 | 15 - 28 ก.ค. 2569 และ 6 - 19 ส.ค. 2569
หมายเหตุ: โปรแกรมหน้าเวปไซด์เป็นรายการที่จัดทำล่วงหน้ากรุณาตรวจสอบ และสอบถามที่นั่งว่างก่อนทำการจองทุกครั้ง
#สวีเดน #ฟินแลนด์ #นอร์เวย์ #เดนมาร์ก #แสงเหนือ #ปูยักษ์ #norway #sweden #finland #denmark
แกรนด์สแกนดิเนเวีย พระอาทิตย์เที่ยงคืน
สวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ก
โปรแกรมการเดินทาง
วันแรก กรุงเทพมหานคร
21.00 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินไทย อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่สอง กรุงเทพมหานคร – โคเปนเฮเกน – รอสกิลด์ – โอเดนเซ – ออร์ฮูส
00.05 น. ออกเดินทางสู่สนามบินโคเปนเฮเกน (CPH) ประเทศเดนมาร์ก โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG950 (ใช้เวลาบินประมาณ 12.15 ชม.) สายการบินมีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า บริการระหว่างเที่ยวบิน
06.20 น. เดินทางถึงสนามบินโคเปนเฮเกน (CPH) ประเทศเดนมาร์ก นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
08.00 น. นำท่านเดินทางสู่เมืองรอสกิลด์ (Roskilde) (ระยะทาง 35 กม. ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) เป็นเมืองเก่าแก่ในเดนมาร์กที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว เป็นเมืองโบราณตั้งแต่ในยุคไวกิง เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 ถึง ค.ศ. 1443 และเป็นสถานที่ลงนามในสัญญาสงบศึกรอสกิลด์ระหว่างเดนมาร์กกับสวีเดนใน ค.ศ. 1658 นำท่านเข้าชมมหาวิหารรอสคิลด์ (Roskilde Cathedral) เป็นมหาวิหารแห่งแรกในสแกนดิเนเวียที่สร้างด้วยอิฐ และเป็นสุสานหลวงของราชวงศ์เดนมาร์กมานานกว่า 800 ปี มีสถาปัตยกรรมโกทิกที่โดดเด่น สร้างขึ้นประมาณปี 1170 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1995
นำท่านเดินทางสู่เมืองโอเดนเซ (Odense) (ระยะทาง 129 กม. ใช้เวลาประมาณ 1.45 ชม.) เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศเดนมาร์ก เมืองเล็กๆที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ ทุกมุมของเมืองดูเหมือนหลุดออกมาจากโลกแฟนตาซี และเป็นเมืองต้นกำเนิดนักเขียนนวนิยายแฟรี่เทลระดับโลก Hans Christian Andersen นักเขียนเทพนิยายชื่อดัง ผู้เป็นเจ้าของผลงานอย่าง เด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ (A Little Match Girl) เงือกน้อย (The Little Mermaid) ลูกเป็ดขี้เหร่ (The Ugly Duckling) และอีกมากมาย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเข้าชมปราสาทเอเกสคอฟ (Egeskov) เป็นสถาปัตยกรรมกลางน้ำที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยผสมผสานศิลปะโกธิกและเรเนอซองส์เข้าด้วยกัน ปราสาทแห่งนี้ครอบครองโดยตระกูลขุนนางที่มีชื่อเสียงของเดนมาร์กมาหลายชั่วอายุ ปัจจุบันเปิดให้สาธารณชนเข้าชมโดยจัดแสดงงานศิลปะและคอลเลกชันยานยนต์คลาสสิกหลากหลายชนิด
นำท่านเดินทางสู่เมืองออร์ฮูส (Aarhus) (ระยะทาง 145 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.) เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของเดนมาร์ก ตั้งอยู่ทางตะวันออกของคาบสมุทรจัตแลนด์ เมืองที่โดดเด่นในเรื่องคุณภาพชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ที่หยั่งรากลึกในวิถีชีวิตแบบเดนิชดั้งเดิม เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมยุคเก่า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
หมายเหตุ : กรุณาเตรียมกระเป๋าเล็ก จัดสัมภาระ เพื่อพักค้างคืนบนเรือ 1 คืน
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Radisson Hotel Aarhus/ Scandic Aarhus Hotel**** หรือเทียบเท่า
วันที่สาม ออร์ฮูส - เดน แกมเล บาย – อัลบอร์ก – เฮิร์ตชัลส์ – เรือ Fjord Line
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมเดน แกมเล บาย (Den Gamle By) หรือ เมืองเก่าออร์ฮูส เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ตั้งอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์ออร์ฮูสใจกลางเมือง ในปี ค.ศ. 1914 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของเดนมาร์ก โดยเน้นที่วัฒนธรรมของเมืองมากกว่าวัฒนธรรมหมู่บ้าน และจนถึงปัจจุบัน รวบรวมบ้านเรือนครึ่งไม้กว่า 70 หลังที่นำมาจากทั่วทุกมุมของเดนมาร์ก และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ ในยุคของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน นอกจากนี้ยังมีย่านที่สร้างขึ้นใหม่จากปี พ.ศ. 2517 ท่านสามารถนั่งรถม้าชมรอบ ๆ บริเวณได้อีกด้วย ชื่อของพิพิธภัณฑ์ได้รับการเปลี่ยนอีกครั้งในปี พ.ศ. 2538 เป็น "พิพิธภัณฑ์เมืองเก่า เมืองเดนมาร์ก"
ได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองอัลบอร์ก (Aalborg)(ระยะทาง 120 กม. ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชม.) เป็นเมืองท่าทางตอนเหนือของเดนมาร์ก มีทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและความทันสมัยผสมผสานกัน โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย เช่น พิพิธภัณฑ์ ปราสาท และย่านเมืองเก่าที่น่าเดินเล่น นอกจากนี้ยังมีเทศกาลคาร์นิวัลที่ใหญ่ที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย สวนสนุก และแหล่งช้อปปิ้ง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเที่ยวชมเมืองเก่าอัลบอร์ก (Old town Aalborg) ซึ่งมีหมู่อาคารหลากสีสัน ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน บ้านเรือนหลากสี รวมถึงโบสถ์เก่า และ ปราสาทโบราณที่ย้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของเมืองท่าแห่งนี้ในอดีต อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของเมืองอัลบอร์ก ได้อย่างเต็มที่
16.00 นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเฮิร์ตชัลส์ (Hirtshals Havn) (ระยะทาง 67 กม. ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) เป็นท่าเรือสำคัญในประเทศเดนมาร์ก ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการขนส่ง ประมง และบริการทางทะเล ท่าเรือแห่งนี้ยังมุ่งมั่นที่จะเป็น "ท่าเรือที่สีเขียวที่สุดในยุโรป" เพื่อเชคอินขึ้นเรือ Norway Fjordline
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในเรือ
อิสระให้ท่านพักผ่อน ภายในเรือสำราญ Fjord line (ห้องพักแบบ OUTSIDE CABIN- SEA VIEW)
วันที่สี่ สตาวังเกอร์ - อนุสาวรีย์ดาบในหิน – ลูวิค – ล่องเรือไลเซฟยอร์ด
เช้า รับประทานอาหารเช้าในเรือ
07.00 น. เรือเทียบท่า ณ ท่าเรือเมืองสตาวังเกอร์ นำท่านเชคเอาท์จากเรือ
นำท่านเที่ยวชมเมืองสตาวังเกอร์ (Stavanger) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนอร์เวย์ ถือเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในสแกนดิเนเวียมาอย่างยาวนาน เดิมเป็นชุมชนชายฝั่งขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือและการทำประมงมาตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องความน่ารักของ Old Town ที่บ้านไม้สีขาวเรียงราย สวยงามและมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร สามารถเดินเล่นไปตามถนน มีร้านอาหารนอร์เวย์ คาเฟ่ และไอศกรีมแสนอร่อย ที่นี่ยังมีร้านอาหารไทยแท้ๆ สุดอร่อยให้หายคิดถึงบ้านอีกด้วย เป็นเมืองที่ครบเครื่องทั้งวิวสวย อาหารดี และบรรยากาศสบายๆ นำท่านเข้าชมมหาวิหารสตาวังเกอร์ (Stavanger Cathedral) เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในนอร์เวย์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสตาวังเกอร์และสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 รูปแบบสถาปัตยกรรมที่นี่ผสมผสานองค์ประกอบแบบโรมันและโกธิกเข้าด้วยกัน แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมยุคกลาง จากนั้นนำท่านแวะถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ดาบในหิน (Swords in Rock) (ระยะทาง 35 กม. ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) เป็นอนุสรณ์สถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ใกล้เมืองสตาวังเกอร์ ประกอบด้วยดาบสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ 3 เล่ม สูงประมาณ 10 เมตร ปักอยู่บนก้อนหินริมทะเลสาบฮาฟร์สฟยอร์ด (Hafrsfjord) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง "ยุทธการที่ฮาฟร์สฟยอร์ด" (Battle of Hafrsfjord) ในปี ค.ศ. 872 ซึ่งเป็นการรวมนอร์เวย์ให้เป็นปึกแผ่นภายใต้การปกครองของกษัตริย์ฮาราลด์ที่ 1 (Harald Fairhair)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือลูวิค(Lauvik) (ระยะทาง 22 กม. ใช้เวลาประมาณ 40 นาที) เพื่อล่องเรือไลเซฟยอร์ด (Lysefjord) ไปตามผืนน้าอันเงียบสงบ ชมทิวทัศน์อันน่าทึ่งของที่มีความยาว 40 กิโลเมตร ถูกขนาบข้างด้วยภูเขาสูงชันบางแห่งมีความยาวมากกว่า 1,000 เมตร ภูเขานับพันลูกทั้งสองด้านของ Jiaoan และโขดหินที่แปลกตาและงดงาม ด้านบนมีลักษณะพิเศษของภูมิประเทศที่ต่างจากพวกโดยมีสองจุดที่ยื่นยาวเป็นลานขนาดใหญ่บนภูเขาหินที่มีชื่อว่า เพรเคสโตเลน (Preikestolen) หรือ ‘พัลพิต ร็อค’ (The Pulpit Rock) ท่านจะได้สัมผัสความงดงามของมันจากฟยอร์ด นอกจากนี้ ยังเป็นฉากที่ดาราภาพยนตร์ ทอม ครูซ ถ่ายทำฉากหลบหนีของเขาในภาพยนตร์ชุดล่าสุด Mission: Impossible – Fallout : Total Disintegration of Pulpit Rock ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่เมืองสตาวังเกอร์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Radisson Blu Atlantic Hotel, Stavanger **** หรือเทียบเท่า
วันที่ห้า สตาวังเกอร์– เบอร์เกน – กระเช้าอุลริเคน – บริกเกน – ตลาดปลาเบอร์เกน
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
07.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อขึ้นเรือ Fjord Line
08.00 น. นำท่านล่องเรือ MS Bergensfjord โดย Fjord Line สู่เมืองเบอร์เกนเรือลำนี้เป็นเรือเฟอร์รี่ที่ทันสมัย ใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นเชื้อเพลิง อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับอาหาร พร้อมชมวิวทะเลและแนวชายฝั่งของนอร์เวย์ระหว่างสองเมืองชายฝั่งตะวันตกนี้สวยงามอย่างน่าทึ่ง เพลิดเพลินกับฟยอร์ดและแนวชายฝั่งนอร์เวย์ตามอัธยาศัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารบนเรือ
13.00 น. เรือเทียบท่าที่เมืองเบอร์เกน (Bergen)
บ่าย นำท่านเที่ยวชมเมืองเบอร์เกน (Bergen) นำท่านขึ้นกระเช้าอุลริเคน (Ulriken643) ขึ้นสู่ยอดเขาอุลริเคนที่สูงที่สุดในบรรดา 7 ลูกที่ล้อมรอบเมืองเบอร์เกน พร้อมกระเช้ากอนโดลาที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ สัมผัสธรรมชาติอันงดงามและประสบการณ์บนภูเขาที่ระดับความสูง 643 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จากยอดเขา เห็นทิวทัศน์อันงดงามของเมืองเบอร์เกน ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางลงจากยอดเขา นำท่านชมหมู่บ้านชาวประมงโบราณ ที่เรียกว่า บริกเกน (Bryggen) เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ริมท่าเรือในเมืองแบร์เกน ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของ ฮันเซอาติก ลีก ในช่วงศตวรรษที่ 12-16 ย่านนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไมเก่าแก่สีสันสดใสที่เรียงรายกันเป็นแถวยาวริมท่าเรือ โดยอาคารส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในรูปแบบเดิมหลังจากเกิดไฟไหม้หลายครั้ง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979
นำท่านชมตลาดปลาเบอร์เกน (Bergen Fish Market) เป็นตลาดที่ขายอาหารทะเลแบบสดๆ ตั้งอยู่ริมน้ำของท่าเรืเบอร์เกน พร้อมวิวทะเลที่ตัดกับสีเมืองอาคารโดยรอบของท่าเรือ เป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ทำให้ตลาดปลาเบอร์เกนเป็นตลาดที่มีผู้คนนักท่องเที่ยวแวะมามากที่สุดแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ เพื่อที่จะมาลิ้มลองรสชาติอาหารทะเลของที่นี่ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแบบ และสำหรับตลาดนี้สามารถแวะมาเที่ยวได้ทุกฤดูกาล
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักScandic Bergen City Hotel/ Moxy Bergen Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่หก เบอร์เก้น – สตาลไฮม์ – ล่องเรือแนร์รอยฟยอร์ด – นั่งรถไฟสายโรแมนติกฟลัม ไมดรัล – วอส
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่าน ล่องเรือชมความงามของซองฟยอร์ด (Sognfjord) ซึ่งนอกจากจะได้รับการจัดอันดับเป็นมรดกโลกแล้ว ยังได้รับการขนานนามว่าเป็นฟยอร์ดที่ยาวและลึกที่สุดในโลก (The longest and deepest fjord in the world)ช่วงที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดคือ แนร์รอยฟยอร์ด (Naroyfjord) ระหว่างทางเพลิดเพลินกับภูผาสูงชันที่เขียวขจี ธารน้ำตกนับร้อยสาย สำหรับฟยอร์ดนั้นนับว่าเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะของแผ่นธารน้ำแข็งในยุคน้ำแข็งเมื่อหลายล้านปีก่อน ในโลกนี้มีไม่กี่ประเทศที่มีฟยอร์ด แต่ฟยอร์ดที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลกคือฟยอร์ดในนอร์เวย์ ซึ่งช่องฟยอร์ดแห่งนี้ได้ชื่อว่าสวยติดอันดับโลกเช่นกัน นำท่านเดินทางสู่โรงแรมสตาลไฮล์ม (Stalheim Hotel) ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูง (เป็นโรงแรมที่พระพุทธเจ้าหลวงเคยเสด็จประพาสและเสวยพระกระยาหารกลางวัน) ให้ท่านชื่นชมกับธรรมชาติอันแปลกตาของบริเวณภูมิประเทศในมุมสูงโดยรอบจากนั้นนำท่านเดินทางตามเส้นทางเสด็จประพาส ท่านจะได้สัมผัสกับตื่นตากับทัศนียภาพ ธรรมชาติอันงดงามของนอร์เวย์ และน้ำตกมากมาย อิสระให้ท่านได้เก็บภาพสตาลไฮล์ม วอลเลย์ ซึ่งเป็นทัศนียภาพหุบเขาที่มีแม่น้ำคดเคี้ยว ไหลทอด สุดลูกหูลูกตา เป็นทัศนียภาพสวยงามมาก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านสัมผัสประสบการณ์นั่ง รถไฟสายโรแมนติกฟลัม-ไมดรัล (The World Famous Flam-Banen) นับเป็นเส้นทางรถไฟสายที่โรแมนติกที่สุดในยุโรปเหนือ ลอดอุโมค์ที่เจาะทะลุภูเขา ผ่านทะเลสาบ แม่น้ำ และน้ำตกเหลือคณานับที่เกิดจากการละลายของหิมะบนภูเขา มุ่งสู่สถานีไมดรัล (Mydral) ศูนย์กลางของรถไฟสายโรแมนติก ตั้งอยู่บนความสูง 857 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลใกล้กับฟยอร์ด Aurland ที่มีภูมิทัศน์งดงามสุดสายตา ที่ท่านจะได้ชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติฟยอร์ด อันเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งปกคลุมเหนือพื้นดิน ภาพของหิมะที่ปกคลุมอยู่บนยอดเขา เส้นทางรถไฟจะผ่านอุโมงค์, ลอดภูเขา, สะพานข้ามหุบเขาและแม่น้ำ ที่งดงามตลอดฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อน ตลอดจนภูมิทัศน์อันงดงามของฟยอร์ดที่มีอยู่มากมาย ท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันสวยงามของประเทศนอร์เวย์ ได้เวลานำท่านเดินทางสู่โรงแรมในเมืองวอส (Voss) เมืองน่ารักริมทะเลสาบ และเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงเสด็จประทับในคราเสด็จประพาสยุโรปในปี 1907 นำท่านชมความน่ารักของเมืองวอส และ เดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ ในเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Park Vossevangen Hotel**** หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ด วอส – ไกโล – ออสโล - สวนวิกเกอร์แลนด์
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเกโล (Geilo) ระยะทาง 191 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง เมืองแห่งสกีรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ และเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางท่องเที่ยวสู่เมืองเบอร์เก้น ช่วงหน้าหนาวเมืองเกโลแห่งนี้คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ทั้งชาวนอร์เวย์และต่างชาติเข้ามาพักผ่อนและเล่นสกีตลอดช่วงฤดูกาล สำหรับช่วงหน้าร้อน เมืองนี้เป็นเมืองที่อากาศดีมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ นำท่านเที่ยวชมเมืองและแวะถ่ายรูปกับทัศนียภาพภายในเมืองนี้ และรูปแบบบ้านสไตล์นอร์เวย์ ที่บนหลังคาจะมีหญ้าปกคลุม เพื่อทำให้อุณหภูมิของบ้านเย็นขึ้นในช่วงหน้าร้อน นับเป็นบ้านที่มีลักษณะแปลกตา และสวยงามอีกแบบ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองออสโล (Oslo) หรือกรุงคริสเตียนเนียในอดีต นครหลวงที่ถูกสถาปนาขึ้นเมื่อประมาณ 60 ปี แต่เบื้องหลังแห่งความศิวิลัยนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ย้อนหลังกว่า 900 ปี ในอดีตออสโลจัดเป็นเมืองอาณานิคมใหญ่ของจักรพรรดิไวกิ้งโบราณ ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของพระจ้าฮาโรว์แฟร์แอร์โดยใช้ระบบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นำท่านเดินทางเข้าชมอุทยานฟรอกเนอร์ หรือ ที่รู้จักในนาม Vigeland Sculpture Park สถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะ ประติมากรรมและการแกะสลักรูปเหมือนจากหินแกรนิต รวมถึงการหล่อรูปคนด้วยสัมฤทธิ์ ผลงานของ 'กุสตาฟ วิคเกอร์แลนด์' ปฏิมากรชื่อดังได้แสดงถึงเรื่องราวเกี่ยวกับวัฎจักรชีวิตมนุษย์ โดยได้รับอนุญาตให้นำผลงานมาจัดแสดงอย่างถาวรในอุทยานแห่งนี้นำท่านถ่ายรูปบริเวณอุทยานกับสถาปัตยกรรมเด่น อาทิเช่น The Main Gate ประตูรั้วเหล็กซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1926, The Bridge สะพานความยาว 100 เมตรซึ่งเต็มไปด้วยรูปปั้นสัมฤทธิ์ 58 ชิ้นด้วยกัน, The Fountain รูปปั้นมนุษย์และต้นไม้ จำนวน 20 ต้น ซึ่งแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์และธรรมชาติ, The Monolith แท่งเสารูปคน 121 คนสูง 17 เมตร ยอดบนสุดเป็นเด็กผู้บริสุทธิ์ เปรียบประหนึ่งเป็นบันไดเวียนที่มนุษย์ต่างปีนป่ายซึ่งกันและกัน เพื่อไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต, และ The Wheel of Life วงล้อแห่งชีวิตซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความไม่มีที่สิ้นสุด การเวียนว่ายตายเกิดของวัฏจักรมนุษย์ อิสระให้ท่านเก็บภาพผลงานศิลปะ อันเลื่องชื่อภายในอุทยานฟรอกเนอร์ตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Quality Airport Hotel Oslo **** หรือเทียบเท่า
วันที่แปด ออสโล – อัลต้า – จับปูยักษ์ (King Crab) - ออนนิงสเวก – พระอาทิตย์เที่ยงคืน
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
07.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินออสโล เพื่อเชคอิน
09.25 น. ออกเดินทางสู่เมืองอัลตา โดยเที่ยวบิน ..... (ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมง)
11.25 น. เดินทางถึงสนามบินอัลตา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองฮอนนิงสแวก (Honningsvag) ดินแดนที่อยู่ทางเหนือสุดของโลก โดยอยู่ทางภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์ เป็นแคว้นกว้างใหญ่ซึ่งเป็นบริเวณแห่งทะเลน้ำแข็ง (Arctic Circle) และเป็นดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) ระหว่างทางท่านจะได้ชื่นชมกับธรรมชาติสองข้างทาง ป่าไม้อันงดงามตามแบบฉบับขั้วโลกเหนือ นำท่านเดินทางผ่านอุโมงค์ที่สร้างด้วยเทคโนโลยีที่ชาวนอร์เวย์ภูมิใจเมื่อปี คศ. 1999 ที่ผ่านมา ซึ่งมีความยาวประมาณ 10 กิโลเมตร ลึกลงจากพื้นทะเลกว่า 50 เมตร เมืองฮอนนิงสแวกนี้ในอดีตเป็นเมืองท่าศูนย์กลางการล่าปลาวาฬที่มีชื่อเสียงและเป็นท่าเรือในการขนถ่ายปลาทะเลที่สำคัญของนอร์เวย์ รวมทั้งยังเป็นเมืองที่มีช่วงเวลาของฤดูหนาวยาวนานที่สุด
นำท่านสัมผัสประสบการณ์จับปูยักษ์ (King Crab Safari) โดยนั่งเรือ ตื่นตาตื่นใจกับการจับปูยักษ์ตัวเป็นๆให้ท่านได้ลองจับและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก กับกิจกรรมจับปูยักษ์ นับเป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมเมนู ปูยักษ์ กับน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ด
นำท่านเดินทางสู่ที่ตั้งของ “ศูนย์นิทรรศการนอร์ธเคป” ซึ่งตั้งอยู่บนปลายแหลมนอร์ธเคป อิสระให้ท่านชมภาพถ่ายเกี่ยวกับการประพาสของรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2450 ซึ่งพระองค์ได้จารึกพระปรมาภิไธยบนก้อนหินขนาดใหญ่ ที่ปัจจุบันได้จัดแสดงไว้ให้ชาวไทยได้มีความภาคภูมิใจในพระปรีชาสามารถภายในพิพิธภัณฑ์สยาม ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย รับฟังและชมเรื่องราวของปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนในห้อง Auditorium ก่อนที่จะไปชมปรากฏการณ์จริงด้านนอก
0.00น. หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ท่านจะได้ชมความงามของ “พระอาทิตย์ที่ส่องแสงสีทองงามจับตาใน ยามเที่ยงคืน หรือที่รู้จักในนาม “Midnight Sun” ภาพดวงอาทิตย์สะท้อนผืนน้ำในมหาสมุทรอาร์กติก ในดินแดนสุดขอบโลก พร้อมรับ“ประกาศนียบัตร” และดื่มแชมเปญฉลอง ณ จุดเหนือสุดของแผ่นดินนอร์เวย์ เป็นที่ระลึกในการที่ท่านได้เดินทางมาเยือนดินแดนอันเป็น “ที่สุด” แห่งนี้
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Scandic Nordkapp Hotel *** หรือเทียบเท่า
วันที่เก้า ออนนิงสเวก – ทะเลสาบ อินารี - อิวาโล
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่เมืองลักเซล (Lakselv) ระยะทาง 169 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. เมืองทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ เรียกได้ว่าใกล้เขตกรีนแลนด์มาก เป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของเขตแลปแลนด์ เรียกได้ว่าเป็นผืนแผ่นดินของนอร์เวย์ที่อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากอีกแห่งหนึ่ง ท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพของเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของอาณาเขตแลปแลนด์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองอิวาโล (Ivalo) ระยะทาง 229 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม. เมืองที่ตั้งในเขตการปกครองอินารี (Inari) ในเขตแลปแลนด์ ของประเทศฟินแลนด์ เมืองที่ตั้งใกล้ทะเลสาบอินารี เป็นเมืองสกีรีสอร์ท และ ยังเป็นเมืองหน้าด่านประตูที่มุ่งสู่นอร์ดเคป หากเดินทางมาจากฝั่งฟินแลนด์ ในอดีตเมืองนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามแลปแลนด์ (Lapland war) ในช่วงระหว่างปี 1944-1945 ซึ่งถูกรุกรานโดยกองทัพเยอรมัน อย่างไรก็ตามหลังสงครามเมืองอิวาโล ได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่กลายเป็นเมืองที่มีความสวยงามเหมือนในปัจจุบัน นำท่านแวะถ่ายรูปบริเวณทะเลสาบอินารี แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่กับเกาะแก่งมากมาย บริเวณแถบนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวแลป (Sami) นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ชาวแลป ชมสภาพจำลองความเป็นอยู่ของชาวแลป ในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านกับเรื่องราวชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือมาเป็นเวลานาน ถิ่นกำเนิดกวางเรนเดียร์ ชาวแลปในเขตฟินแลนด์มีชื่อเรียกว่า แลปแลนด์ (Lappland) ขณะที่บริเวณรอยต่อประเทศนอร์เวย์ เรียกถิ่นฐานชาวซามิว่า ฟินน์มาร์ก (Finnmark) ดินแดนของชาวซามิทั้งสองประเทศนี้ถูกขนานนามว่า “Beauty of Silence” ถึงขนาดข้อมูลในแผ่นพับการท่องเที่ยวแห่งฟินน์มาร์กกล้าระบุว่า "หากใครได้มาเยือน เป็นต้องอยากหยุดโมงยามไว้แค่นั้น”
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก IVALO HOTEL*** หรือเทียบเท่า
วันที่สิบ อิวาโล – โรวาเนียมิ – เฮลซิงกิ
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองโรวาเนียมิ (Rovaniemi) ระยะทาง 290 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม. เมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ และเป็นเมืองหลวงของแผ่นดินแลปแลนด์ สัมผัสทัศนียภาพที่สวยสดงดงามสองขางทางในเขตพื้นที่แลปแลนด์ พื้นที่ที่หน้าหนาวปกคลุมไปด้วยหิมะและทุ่งน้ำแข็ง แต่หากหน้าร้อนท่านจะได้เห็นพืชพันธุ์และทุ่งหญ้าที่ผัดเปลี่ยนสร้างความงดงามและทัศนียภาพที่แปลกตา หากโชคดีท่านได้อาจพบเห็นฝูงกวางเรนเดียร์แห่งอาณาจักรแลปแลนด์แห่งนี้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านซานตาคลอส (Santa Claus Village) หนึ่งในความฝันของทั้งเด็กทุกชนชาติ ใครๆก็อยากเจอและอยากได้ของขวัญจากซานตาคลอสกัน ดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นำท่านถ่ายรูปกับ เส้นอาร์คติกเซอร์เคิล (Arctic Circle) พร้อมรับประกาศนียบัตรเดินทางข้ามเส้นอาร์คติก เซอร์เคิล เส้นแบ่งเขตแดนตามเส้นรุ้งและเส้นแวงเพื่อกำหนดขอบเขตของบริเวณซีกโลกเหนือ โดยเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลจะอยู่ที่ 66 องศา 33 ลิปดา 44 ฟิลิปดาเหนือ เป็นตัวบ่งบอกจุดเหนือสุดที่ในเวลา 1 ปี คนที่อยู่แถบนี้ มีโอกาสไม่พบกับพระอาทิตย์ขึ้นเลยอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือพระอาทิตย์ไม่ตกเลยเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง จากนั้นนำท่านชมซานตาคลอสออฟฟิศ (Santa Claus Office) หรือ ที่ทำการของซานตาคลอส ภายในตกแต่งด้วยสีสันสดใสมากมาย พร้อมทั้งให้ท่านได้พบกับลุงซานตาคลอส ในชุดคริสต์มาสสีแดงที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มนำท่านแวะชมที่ทำการไปรษณีย์ซานตาคลอส (Santa Claus Main post office) ท่านสามารถเลือกซื้อไปรษณียบัตรหลากหลายสีสันเพื่อเขียนอวยพรครอบครัวและมิตรสหาย พร้อมทั้งฝากซานตาคลอสส่งกลับมายังประเทศไทยได้ อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปในบริเวณหมู่บ้านซานตาคลอสที่ประดับประดาด้วยธีม คริสต์มาสอันสวยงามตามอัธยาศัย หรือจะเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก ที่มีจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรร
ได้เวลานำท่านชมความน่ารักของกวางเรนเดียร์ใน ฟาร์มกวางเรนเดียร์ (Reindeer Farm) สัตว์ขึ้นชื่อของฟินแลนด์และดินแดนแลปแลนด์ และเป็นสัตว์เลี้ยงที่ชาวแลปแลนด์นิยมเลี้ยงไว้ใช้งานในหน้าหนาว อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและชมความน่ารักของกวางเรนเดียร์
15.30 น. ท่านเดินทางสู่สนามบินโรวาเนียมิ เพื่อขึ้นเครื่องสู่สนามบินเฮลซิงกิ
18.10 น. ออกเดินทางจากสนามบินโรวาเนียมิ (RVN) โดยเที่ยวบิน AY2430 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.15 ช.ม.)
19.55 น. เดินทางถึงสนามบินเฮลซิงกิ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Scandic Helsinki Aviacongress **** หรือเทียบเท่า
วันที่สิบเอ็ด เฮลซิงกิ – ลงเรือ ซิลจาไลน์ส (ห้องพักหน้าต่าง)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมเมืองเฮลซิงกิ (Helsinki) เมืองหลวงของฟินแลนด์ สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1550 โดยกษัตริย์กุสตาฟ วาชา แห่งสวีเดน เมื่ออดีตเฮลซิงกิไม่ใช่เมืองหลวงของฟินแลนด์ (เมืองหลวงเก่าคือตรูกู เมื่อครั้งตกเป็นเมืองขึ้นของสวีเดน ปี ค.ศ. 1809 – ค.ศ. 1812) เฮลซิงกิมาเป็นเมืองหลวงของฟินแลนด์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1812 ในสมัยที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซีย ทำให้เฮลซิงกิเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก และเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่งดงามและสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ทำเลที่ตั้งยังอยู่ท่ามกลางหมู่เกาะมากมายในทะเลบอลติก จน เฮลซิงกิได้รับฉายาว่าเป็น "ธิดาแห่งทะเลบอลติก" และในปี ค.ศ. 2000 เฮลซิงกิยังได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรปด้วยคำขวัญที่ว่า "Helsinki The high tech city where culture meets nature" จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารอุสเปนสกี้ (Uspenski Church) เป็นมหาวิหารของศาสนาคริสต์นิกายออร์ธอดอกซ์ รัสเซียที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1862 – ค.ศ. 1868 นำท่านเข้าชมโบสถ์เทมเปลิโอคิโอ" (Temppeliaukio Church) หรือที่รู้จักกันในนาม "โบสถ์หิน" (Rock Church) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "โบสถ์แห่งความรัก" ถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2511 แล้วเสร็จวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป นำท่านชม อนุสาวรีย์ซิเบลิอุส (Sibelius Monument) อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ใน Sibelius Park ถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดีให้แก่นักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อดังของโลกชาวฟินแลนด์นามว่า Jean Sibelius (1865-1957) ผู้แต่งเพลงฟินแลนเดีย เพลงปลุกใจชาวฟินน์ให้ลุกขึ้นมาเรียกร้องเอกราชจากรัสเซีย เป็นอนุสาวรีย์ที่ นำเอาเเท่งเหล็กจำนวนกว่า 600 เเท่งมาเชื่อมเข้าด้วยกันจนมีลักษณะเป็นออร์เเกนซึ่งที่มีความสูงหลากหลายระดับ โดยแท่งที่สูงที่สุดนั้นมีความสูงมากกว่า 8 เมตรเลยทีเดียว และนอกจากกลุ่มแท่งออร์แกนแล้ว บริเวณฐานด้านล่างยังมีประติมากรรมเป็นรูปใบหน้าของ Jean Sibelius ตั้งอยู่ด้วย นำท่านถ่ายรูปมหาวิหารเฮลซิงกิ (Helsinki Cathedral) ซึ่งในอดีตเรียกว่าโบสถ์นิโคลัส เป็นมหาวิหารสีขาวบริสุทธิ์สวยงาม ตั้งเด่นตระหง่านอยู่จนเรียกว่าเป็นจุดแลนด์มาร์กของเฮลซิงกิก็ว่าได้ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันอย่างเป็นจำนวนมาก นำท่านเที่ยวชม เซเนท สแควร์ (Senate Square) เป็นจตุรัสกลางเมืองที่ใช้จัดกิจกรรมใหญ่ๆ และเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเฮลซิงกิ โดยใจกลางจตุรัสมี อนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ที่ 2 ประดิษฐานอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
15.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อเชคอินลงเรือSILJA LINE เรือสำราญ ขนาดใหญ่ นำท่านเข้าห้องพักแบบมีหน้าต่าง Sea Views (ห้องละ 2 ท่าน) ให้ท่านได้เพิลดเพลินกับบรรยากาศสบายๆ อันสวยงามของทะเลบอลติกเหนือ เดินเล่น สำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในเรือ ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้า Duty Free ภัตตาคาร ห้องอาหาร
16.30 น. เรือสำราญออกจากท่าเทียบเรือ เฮลซิงกิ (ประเทศฟินแลนด์) มุ่งสู่ท่าเทียบเรือ สตอกโฮล์ม (ประเทศสวีเดน)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ บนเรือ (Buffet)
อิสระให้ท่านพักผ่อน ภายในเรือสำราญ Silja Line (ห้องพักแบบ OUTSIDE CABIN- SEA VIEW)
วันที่สิบสอง สตอกโฮล์ม (สวีเดน) – City Hall – พิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซาร์ - จุดชมวิวบนเนินเขา FJALLGATAN
เช้า รับประทานอาหารเช้า บนเรือ
09.30 น. เรือเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือ สตอกโฮล์ม (ประเทศสวีเดน) นำท่านเข้าชมศาลากลางจังหวัด (CITY HALL) อันมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในการจัดงาน เลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลท่านจะได้ ชมห้องจัดเลี้ยง (BLUE HALL) รวมทั้งห้องโถงที่ใช้ในการเต้นรำซึ่งประดับประดาไปด้วยโมเสดทองคำกว่า 18 ล้านชิ้น ศาลาว่าการแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 12 ปี ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวสวีเดน คือ Ragnar Ostberg สร้างด้วยอิฐแดงกว่า 8 ล้านก้อนและมุงหลังคาด้วยหินโมเสค สร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 1911
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซาร์ (Vasa Museum) ซึ่งได้รับการกู้ขึ้นมาหลังจากจมอยู่ในน้ำเป็นเวลา 333 ปี ท่านจะได้ชมสิ่งของเครื่องใช้ภายในเรือ ตลอดจนเรือวาซาร์ที่แท้จริงเกือบสมบูรณ์แบบเหมือนเมื่อสมัย ค.ศ.1625 ที่พระเจ้ากุสตาฟอดอลฟุสที่ 2 ดำริให้สร้างเรือรบนี้ขึ้นมาเพื่อขยายอำนาจทางการทหารทั่วยุโรป จากนั้น นำท่านผ่านชมโรงละคร ทำเนียบรัฐบาลนำท่านขึ้นจุดชมวิวบนเนินเขา FJALLGATAN เพื่อบันทึกภาพของกรุงสตอกโฮล์มจากมุมที่สวยที่สุด เมืองที่ได้รับสมญานามว่า “เวนิสแห่งยุโรปเหนือ” และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น “นครหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรป” อิสระให้ท่านได้ชมวิวสวยของตัวเมืองที่ตั้งและโอบล้อมไปด้วยเกาะใหญ่ 14 เกาะ แล้วย้อนอดีตโดยชมย่านเมืองเก่าที่มีอายุมากกว่า 700 ปี “กามลา สตาน” (Gamla Stan) ที่มีการตั้งบ้านเรือนบนเกาะนี้ตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 และมีการรักษาสภาพไว้ได้อย่างดีเยี่ยม นำท่านเที่ยวชมภายในเมืองเก่า โอลด์ซิตี้ ท่านจะได้สัมผัสกับหมู่อาคารหลากสีมากมายที่เรียงรายรอนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก มาเก็บภาพความน่าประทับใจ จากนั้นนำท่าน ผ่านชมพระบรมมหาราชวังบนเกาะสตาเดน (Royal Palace)ชมวังหลวงอันโอ่โถงงาม สง่าด้วยสถาปัตยกรรมสมัยเรเนซองส์ ปัจจุบันเป็นที่เลี้ยงรับรองผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ห้างสรรพสินค้า NK ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในแถบยุโรปเหนือ อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Best Western Plus Grow Hotel / Voco Hotel Stockholm**** หรือเทียบเท่า
วันที่สิบสาม สตอกโฮล์ม - กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
10.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินสตอกโฮล์ม (ARN) ประเทศสวีเดน เพื่อเชคอินและทำ Tax Refund
13.50 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานคร โดยเสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 961 (ใช้เวลาบินประมาณ 11 ชม.)
วันที่สิบสี่ กรุงเทพฯ
05.50 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
***Travel Around the World by Chic Journey***
|
อัตราค่าบริการ |
มิ.ย. - ส.ค. 2569 |
|
ผู้ใหญ่พัก 2 ท่านต่อห้อง หรือ เด็กอายุน้อยกว่า 11 ปีบริบูรณ์ พัก 2 ท่านต่อห้อง หรือพัก 3 ท่านต่อห้อง |
249,900 |
|
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ |
48,000 |
|
เด็กอายุ 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน เสริมเตียง |
239,900 |
|
ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์(TG)เริ่มต้นที่ท่านละ (ราคาสามารถยืนยันได้ก็ต่อเมื่อที่นั่งconfirm เท่านั้น) |
100,000-170,000 |
|
ไม่เอาตั๋วเครื่องบินหักคืนทั้งใบ (BKK-CPH//ARN-BKK) |
30,000 |
|
หากมีวีซ่าเชงเก้นคืนเงิน |
4,000 |








