ทัวร์นิวซีแลนด์ เกาะใต้ ตามล่าหาแสงใต้ 10วัน 8คืน เดินทาง มิถุนายน-ธันวาคม 2569 | สายการบิน QANTAS AIRWAYS (QF)
รหัสสินค้า : CJN_H002-NZ-Aurora 10D Jun-Dec 26 QF
| ราคา |
189,900.00 ฿ |
| จำนวนที่จะซื้อ | |
| ราคารวม | 189,900.00 ฿ |
สินค้าไม่เพียงพอ
สินค้าหมด
นิวซีแลนด์ เกาะใต้ | 10วัน 8คืน
ตามล่าหาแสงใต้ (Aurora Australis)
ราคา: เริ่มต้น 189,900 บาท(รวมทิปและวีซ่าทุกอย่างแล้ว)
• ไคร์สท์เชิร์ช • คาสเซิลฮิลล์ • แอชเบอร์ตัน • ทะเลสาบเทคาโป • โบสถ์แห่งผู้เลี้ยงแกะ • ทะเลสาบปูคากิ • โอมาราม่า • ควีนส์ทาวน์ • มิลฟอร์ดซาวน์ • เมืองวินตัน • อินเวอร์คาร์กิลล์ (เมืองใต้สุดของโลก) • เมืองบลัฟ • สเตอร์ลิงพอยต์ • ประภาคารสเตอร์ลิงพอยต์ • ดันนีดิน • ถนนบอลด์วิน • สถานีรถไฟดันนีดิน • ปราสาทลาร์นัค • ไคร้สท์เชิร์ช • ฟาร์มชามาร์ราอัลปาก้า • ไคคูร่า
ไฮไลท์
✓ล่องเรือชมธารน้ำแข็งทัสมาน
✓นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมธารน้ำแข็ง Fox Glacier
✓ล่องเรือชมมิลฟอร์ดซาวน์
✓ล่องเรือชมปลาวาฬไคคูร่า
✓นั่งรถอาร์โกขับเคลื่อน 8 ล้อ
**พิเศษ....เมนูกุ้งมังกรและหอยเป๋าฮื้อทะเลใต้
เดินทาง: มิถุนายน - ธันวาคม 2569
กรุณาสอบถามที่นั่งว่างก่อนทำการจอง
นิวซีแลนด์ เกาะใต้ ตามล่าหาแสงใต้
โปรแกรมการเดินทาง
วันแรก กรุงเทพมหานคร
15.00 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่เคาน์เตอร์เช็กอิน G ประตูทางเข้าที่ 3 อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์สายการบินแควนตัสแอร์เวย์ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
18.00 น. ออกเดินทางสู่สนามบินซิดนีย์ (SYD) ประเทศออสเตรเลีย โดยสายการบินแควนตัสแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QF24 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.35 ชม.) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินมีบริการอาหารเย็นและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบินสู่ออสเตรเลีย
วันที่สอง ซิดนีย์ – ไคร์สท์เชิร์ช
07.35 น. เดินทางถึงสนามบินซิดนีย์ (SYD) ประเทศออสเตรเลีย แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน
10.20 น. ออกเดินทางสู่สนามบินไคร์สท์เชิร์ช (CHC) ประเทศนิวซีแลนด์ โดยสายการบินแควนตัสแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QF137 (ใช้เวลาบินประมาณ 3.05 ชม.) สายการบินมีบริการอาหารกลางวัน ระหว่างเที่ยวบิน
15.25 น. เดินทางถึงสนามบินเสนามบินไคร์สท์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง (กฎหมายนิวซีแลนด์ไม่อนุญาตให้นำเข้า อาหารสด และพืชผัก เข้าประเทศโดยเด็ดขาด หากตรวจพบท่านจะโดนปรับตามกฎหมายนิวซีแลนด์)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองไคร้สท์เชิร์ช (Christchurch) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ และเป็นชุมชนเมืองที่เป็นที่นิยมเป็นอันดับ 3 และเป็นหนึ่งในสามเมืองที่อยู่ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันออกของเกาะใต้ เมืองที่ได้รับสมญานามว่า “เมืองอังกฤษนอกเกาะอังกฤษ” นำท่านเดินทางชมสวนสาธารณะแฮกลีย์ (Hagley Park, Christchurch) ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองไคร้สท์เชิร์ช ถือเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่เปรียบเสมือนปอดของเมือง มีธรรมชาติที่สวยงามในแต่ฤดูที่แตกต่างกันไป เช่น ฤดูร้อนใบไม้จะเป็นสีเขีนวชอุ่ม สดชื่นตา ฤดูใบไม้ร่วง ก็จะมีความหลากสีสันเหมาะกับการถ่ายรูป ผู้คนมักจะมาเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจในทุกช่วงฤดู นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์กระดาษแข็งแห่งเมืองไครสต์เชิร์ช (Cardboard Cathedral) หรือเรียกกันอีกชื่อว่ามหาวิหารกระดาษแข็ง โบสถ์ที่สร้างจากกระดาษแข็งเพื่อใช้แทนมหาวิหารไคร้สท์เชิร์ช (Christchurch Cathedral) ที่พังถล่มเมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ เมื่อปี 2011 เป็นการชั่วคราวจนกว่าอาคารหลังใหม่จะสามารถสร้างได้ เนื่องจากว่าอาคารโบสถ์เดิมนั้นได้พังเสียหายจน ไม่สามารถบูรณะได้อีกและจำเป็นต้องรื้อถอนออกไป และได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น ชิเงรุ บัน และเปิดในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2013
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Crowne Plaza Christchurch, an IHG Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่สาม คาสเซิลฮิลล์ – เมืองแอชเบอร์ตัน – ทะเลสาบเทคาโป – โบสถ์แห่งผู้เลี้ยงแกะ
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่คาสเซิลฮิลล์ (Castle Hill) (ระยะทาง 98 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) เป็นสถานที่และสถานีบนที่สูงในเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 700 เมตร ใกล้กับทางหลวงหมายเลข 73 ระหว่างสปริงฟิลด์และอาเธอร์สพาส เป็นเนินเขาหินในแคนเทอร์เบอรีแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแบบไปเช้าเย็นกลับจากไครสต์เชิร์ช ท่านสามารถเดินเล่นไปมาระหว่างโขดหินขนาดยักษ์ของ Castle Hill หรือปีนขึ้นไปนั่งเล่นชมวิวทิวทัศน์ ถ้าคุณมีอุปกรณ์ ที่นี่เป็นพื้นที่ปีนผาหินที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะใต้
นำท่านเดินทางสู่เมืองแอชเบอร์ตัน (Ashburton) (ระยะทาง 127 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40 ชม.)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองแอชเบอร์ตัน (Ashburton) เมืองที่อยู่ทุ่งราบแคนเทอร์เบอร์รี ที่คนส่วนใหญ่มีอาชีพทำฟาร์มเลี้ยงแกะ หรือฟาร์มวัว ท่านสามารถแวะซื้อของฝากที่ Farmers Corner ที่นี่จะขายของพื้นเมือง และมีผลิตภัณฑ์จากแกะ เช่น ครีมรกแกะ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เซรั่ม ครีมลาโนลิน หรือตุ๊กตาแกะ พรมขนแกะ และที่เดียวกันนี้เอง จะมีฟาร์ม Alpaca อยู่ด้านหลังร้าน พร้อมให้พวกเราได้ป้อนอาหารระยะประชิดตัว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบเทคาโป (Lake Tekapo) (ระยะทาง 139 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.50 ชม.) เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ หนึ่งในทะเลสาบที่มีชื่อเสียง และสวยที่สุดของนิวซีแลนด์ สีเทอร์ควอยซ์ของน้ำในทะเลสาบดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือน สีเทอร์ควอยซ์ที่สวยงามเกิดจากแร่ธาตุผสมกับธารน้ำแข็ง บางครั้งเราจึงเห็นน้ำเป็นสีขุ่นขึ้นได้ตามสภาพอากาศ มีต้นกำเนิดมาจากธารน้ำแข็งเทือกเขาเซาท์เทิร์นแอลป์ พื้นที่ใต้สุดของทะเลสาบเป็นที่ตั้งของเมืองตากอากาศเล็กๆ ชื่อเดียวกับทะเลสาบ ซึ่งมีประชากรเพียง 400 คนเท่านั้น แต่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาชมความงามของทะเลสาบแห่งนี้กันตลอดทั้งปี ฉากหลังเป็นยอดภูเขา Mt.Cook บริเวณริมทะเลสาบมีมีดอกลูพิน (Lupins) สีสันสดใส ไล่ไปตั้งแต่ชมพูอ่อนจนถึงสีม่วงเข้มเกือบน้ำเงิน ออกดอกเบ่งบาน อยู่รอบทะเลสาบ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงมกราคมของทุกปี ใครที่มาเกาะใต้ช่วงฤดูนี้ท่านจะได้เห็นดอก Lupin บานตลอดทาง นำท่านเดินทางชมโบสถ์แห่งผู้เลี้ยงแกะ (Church of the Good Shepherd) โบสถ์ที่เล็กที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ โบสถ์หินเล็กๆ ริมทะเลสาบ ห่างจากตัวเมือง 400-500 เมตร เป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวมักไม่พลาด โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1935 ตามคอนเซ็ปต์เรียบง่ายแต่แข็งแกร่ง เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่นักบุกเบิกรุ่นแรกๆ ที่ต้องผจญกับความยากลำบากในพื้นที่นี้ หินที่ใช้ในการสร้างโบสถ์ถูกนำมาจากพื้นที่โดยรอบในรัศมี 8 กม. โดยไม่มีการตัดแต่งใดๆ ทั้งสิ้น ภายในโบสถ์จุคนได้ประมาณ 20-30 คนเท่านั้น เป็นจุดที่คนมักมาถ่ายดาวกันในตอนกลางคืน เพราะในตอนค่ำท้องฟ้าบริเวณนี้จะไร้ก้อนเมฆ พื้นที่แถวนี้ได้รับการประกาศให้เป็น Aoraki Mackenzie International Dark Sky Reserve เมื่อปี 2012 ซึ่งนับเป็นพื้นที่แห่งเดียวในซีกโลกใต้ และเป็น 1 ใน 8 แห่งทั่วโลก ที่ในยามค่ำคืนจะลดปริมาณการใช้แสงไฟ จนท้องฟ้ามืดสนิท ประกอบกับท้องฟ้าบริเวณนี้แจ่มใสเกือบตลอดทั้งปี จึงเป็นที่ดูดาวชั้นดี และในบางครั้งอาจเห็นทางช้างเผือกได้ด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Peppers Bluewater Resort Lake Tekapo **** หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ ทะเลสาบปูคากิ – ล่องเรือชมธารน้ำแข็งทัสมาน - นั่งเฮลิคอปเตอร์ขมธารน้ำแข็ง Fox Glacier – เมืองโอมาราม่า – ทะเลสาบวานากา - เมืองควีนส์ทาวน์
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบปูคากิ (Lake Pukaki) (ระยะทาง 63 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) ซึ่งเป็นทะเลสาบแบบอัลไพน์ที่ใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์ ทะเลสาบแห่งนี้กินพื้นที่ถึงประมาณ 178 ตารางกิโลเมตร ทะเลสาบที่สวยงามจนได้ชื่อว่า Million Dollar View ท่านจะได้ชื่นชมทัศนียภาพและ ความสวยงามของธรรมชาติของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งได้ชื่อว่าสวยงามและบริสุทธิ์อีกแห่งหนึ่งของโลก เป็นจุดชมวิวทะเลสาบที่หากท้องฟ้าเปิด ท่านจะสามารถมองเห็นเทือกเขาเมาท์คุก (Mount Cook) ที่สูงกว่า 3,754 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งมีหิมะปกคลุกตลอดทั้งปี จุดเด่นคือน้ำทะเลสีฟ้าใสซึ่งเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งบนเทือกเขา Mt.Cook ซึ่งสูงที่สุดของประเทศ จุดขายของที่นี่คือผืนน้ำสีเทอควอยซ์ไปเจอกับแบ็คกราวนด์ด้านหลังซึ่งเป็นเทือกเขาตั้งตระหง่านแบบเต็มตา สวยเหมือนโลกในนิทานเบอร์นี้ จึงเป็นที่เที่ยวในนิวซีแลนด์ที่น่าประทับใจ นำท่านล่องเรือชมธารน้ำแข็งทัสมาน (Tasman Glacier Boat Trip) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) ให้ท่านได้สัมผัสความงามของธารน้ำแข็งอันสวยงาม เปิดประสบการณ์การล่องเรือชมธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์ ณ อุทยานแห่งชาติ Aoraki/Mount Cook นำท่านชมก้อนน้ำแข็งยักษ์ที่แตกตัวลงสู่ทะเลสาบสีเทาฟ้า (***บริษัทเรือขอสงวนสิทธิ์การให้บริการล่องเรือสำหรับลูกทัวร์ที่มีอายุมากกว่า 4 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปเท่านั้น และขึ้นกับสภาพอากาศในวันนั้นๆซึ่งปกติจะให้บริการระหว่างเดือนกันยายนถึง กลางเดือน มิถุนายน) กรณีเรือไม่สามารถล่องได้จะจัดกิจกรรม Jet boat ที่เมืองควีนส์ทาวน์ทดแทน
จากนั้นนำท่านเดินทางนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมธารน้ำแข็ง Fox Glacier ของบริษัททัวร์ที่จัดการท่องเที่ยวกราเซียร์โดยเฉพาะขึ้นมาชมวิวหุบเขาและธารน้ำแข็ง (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ตั้งอยู่ในเขต Westland ชายฝั่งตะวันตก รอยต่อกับภูมิภาค Canterbury บริเวณอุทยานแห่งชาติ Aoraki Mount Cook บริเวณ Glazier แถวนี้ จะมีอยู่ 2 แห่งใกล้ๆกันเลย เรียกว่าเป็นคู่แฝดธารน้ำแข็งแห่งเกาะใต้ คือ Fox Glacier กับ Franz Josef Glazier สำหรับสายแอดเวนเจอร์ทั้งหลาย แนะนำว่าการมาย่ำธารน้ำแข็งในนิวซีแลนด์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ควรมาลองซักครั้งในชีวิตเลยทีเดียว โดยนี่คือหนึ่งในธารน้ำแข็งยอดฮิตแห่งหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นธารน้ำแข็งที่เข้าถึงได้ไม่ยากนัก แต่หากคุณเลือกเดินเท้าเข้าไปอาจจะต้องใช้ความอดทน วิธีการยอดนิยมของการชมธารน้ำแข็งที่นี่จึงเป็นการใช้บริการเฮลิคอปเตอร์เข้าไปยังด้านใน แล้วเดินเท้าต่อไปยังบริเวณจุดที่ถือเป็นไฮไลท์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองโอมาราม่า (Omarama) (ระยะทาง 90 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.05 ชม.) ระหว่างทางชมทิวทัศน์สองข้างทาง ที่สวยงามเหมือนภาพวาดของนิวซีแลนด์ ผ่านชมทุ่งหญ้าที่เลี้ยงม้า วัว และเลี้ยงแกะที่แสนน่ารัก เมืองนี้ยังมีที่พัก และรีสอร์ทเล็กๆ น่ารักไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยว นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบวานากา (Wanaka lake) (ระยะทาง 115 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.35 ชม.) ท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามภูเขาสูงสลับกับไร่องุ่นที่นำมาผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียง จากนั้นนำท่านชมเมือง และทะเลสาบวานากาที่สวยงามโดยมีภูเขาสูงอยู่อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ จึงทำให้เมืองนี้ทัศนียภาพที่สวยงามและน่าอยู่อีกเมืองของนิวซีแลนด์ ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองควีนส์ทาวน์ (Queenstown) (ระยะทาง 69 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม.) เมืองที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของนักท่องเที่ยวที่มานิวซีแลนด์และได้ชื่อว่า "Adventure Capital of the World" และเป็น "second most attractive tourist destination in the world" จากทัศนียภาพที่สวยงามจึงใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างๆ เช่น Lord of the Rings เมืองควีนส์ทาวน์นี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัย ชาวเมืองมีอัธยาศัยดี เป็นมิตร มีคดีความน้อยมาก แทบไม่มีคนว่างงาน ควีนส์ทาวน์ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ชื่อ The Remarkables ซึ่งอุดมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามบนชายฝั่งของ ทะเลสาบวาคาติปู (Wakatipu) จึงทำให้วิวทิวทัศน์ของที่นี่งดงามราวกับภาพในฝัน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Millennium Hotel Queenstown **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
วันที่ห้า มิลฟอร์ดซาวน์ - ล่องเรือชมมิลฟอร์ดซาวน์
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่มิลฟอร์ดซาวน์ (Milford Sound) โดยผ่านทะเลสาบเตอานาว (Te Aneu Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ เข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติมิลฟอร์ด ซาวน์ ในดินแดนส่วนที่เป็นฟยอร์ดแลนด์ (FJORD LAND) ซึ่งองค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ของขั้วโลกใต้ ซึ่งมีในลักษณะนี้เพียง 2 แห่งในโลก กล่าวคือ ภูมิประเทศแบบทะเลที่เคยเป็นธารนํ้าแข็งในยุคโบราณ กัดเซาะหินทําให้นํ้าท่วมแทนที่กลายเป็นอ่าวลึก ระหว่างทางท่านจะได้ชมความงามที่สร้างโดยธรรมชาติทะเลสาบ MIRROR LAKE ทะเลสาบที่ใสราวกระจก สะท้อนภาพภูเขาที่เป็นฉากหลังอย่างงดงาม ชมทัศนียภาพความงดงามของเกาะใต้นิวซีแลนด์ผ่านเส้นทาง The Milford Road ทางหลวงซึ่งมีความยาวทั้งสิ้นกว่า 121 กิโลเมตร ด้วยความงามและหลากหลายของทิวทัศน์ถนนเส้นนี้จึงได้รับเลือกให้เป็น ไฮเวย์มรดกโลก (World Heritage Highway)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันท้องถิ่น บนเรือระหว่างการล่องเรือชมมิลฟอร์ดซาวน์
บ่าย นำท่านล่องเรือชมมิลฟอร์ดซาวน์ (Milford Sound) ผืนน้ำอันเป็นส่วนเว้าของทะเลทาสมัน คือความยิ่งใหญ่อลังการของธรรมชาติที่คุณควรมาสัมผัส ชาวนิวซีแลนด์ภูมิใจนักหนา จนเรียกขานว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสมบัติแห่งชาติของชาวนิวซีแลนด์เท่านั้น แต่ยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย โดยสถานที่แห่งนี้ได้ถูกโอบล้อมไว้ด้วยหุบเขาที่แคบและหน้าผาสูงชันอันเกิดจากการกัดเซาะของ ธารน้ำแข็ง ต่อมาเมื่อธารน้ำแข็งหายไปก็มีน้ำทะเลเข้ามาแทนที่ ซึ่งถูกเรียกว่า “ฟยอร์ด (Fjord)” ชมความงามของธรรมชาติโดยรอบ ตื่นตาตื่นใจกับภาพของสายน้ำตกอันสูงตระหง่านของ น้ำตกโบเวน ซึ่งมีความสูง160เมตรจากหน้าผา (หมายเหตุ ในกรณีหิมะตกหนักหรือไม่สามารถเดินทางสู่มิลฟอร์ดซาวน์ได้ บริษัทฯจะเปลี่ยนทัวร์เป็นล่องเรือทะเลสาบวาคาทีปู สู่ วอลเทอร์พีคไฮคันทรี่ฟาร์มทดแทน) ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองควีนส์ทาวน์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Millennium Hotel Queenstown **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
วันที่หก วินตัน – อินเวอร์คาร์กิลล์ (เมืองใต้สุดของโลก) - เมืองบลัฟ - สเตอร์ลิงพอยต์ - ประภาคาร
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองวินตัน (Winton) (ระยะทาง 155 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) เป็นเมืองชนบทในเซาท์แลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ใกล้กับฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโอเรติ ห่างจากอินเวอร์คาร์กิลล์ไปทางเหนือ 30 กิโลเมตร เมืองนี้ตั้งชื่อตามโทมัส วินตัน พ่อค้าในท้องถิ่นที่อาศัยและทำฟาร์มในย่านนี้ในช่วงทศวรรษ 1850 เขตนี้เจริญรุ่งเรืองด้วยการพัฒนาฟาร์มแกะและเนื้อแกะอ้วนในช่วงต้นทศวรรษ 1900 ต่อมาการทำฟาร์มโคนมกลายเป็นเศรษฐกิจหลัก ปัจจุบันวินตันกลายเป็นเมืองบริการทางการเกษตรสำหรับเกษตรกรและพ่อค้าในท้องถิ่น และเป็นจุดแวะพักสำหรับนักเดินทางบนทางหลวงอินเวอร์คาร์กิลล์-ควีนส์ทาวน์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อินเวอร์คาร์กิลล์ (Invercargill) เป็นเมืองใต้สุดและตะวันตกสุดของประเทศนิวซีแลนด์ และเป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่ใต้ที่สุดของโลก นำท่านแวะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์อินเวอร์คาร์กิลล์ (Invercargill Cenotaph) เป็นอุทยานและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานสงครามที่สวยงามแห่งหนึ่ง อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อไว้อาลัยให้กับกองทัพนิวซีแลนด์ที่เสียชีวิตในช่วงสงคราม: พ.ศ. 2491-2515 และที่น่าสนใจก็คือ แหลมมลายูและบอร์เนียวถูกจารึกไว้บนอนุสาวรีย์ เช่นเดียวกับเวียดนามใต้และเกาหลี นอกจากนี้ยังมีชื่อวีรบุรุษผู้ล่วงลับอันเป็นที่รักมากมายอีกด้วย มีม้านั่งล้อมรอบและเป็นการดีที่จะนั่งดูจากระยะไกล
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองบลัฟ (Bluff) เป็นเมืองและเมืองท่าในภูมิภาคเซาท์แลนด์ บนชายฝั่งทางใต้ของเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ เป็นเมืองทางใต้สุดในแผ่นดินใหญ่ของนิวซีแลนด์ และถึงแม้สโลปพอยต์และเกาะสจ๊วร์ตจะอยู่ไกลออกไปทางใต้ แต่บลัฟก็ถูกใช้เรียกขานเพื่ออ้างถึงปลายสุดทางตอนใต้ของประเทศ บลัฟเป็นชุมชนชาวยุโรปถาวรที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ เมืองนี้ถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า แคมป์เบลล์ทาวน์ นำท่านเดินทางสู่สเตอร์ลิงพอยต์ (Stirling Point) ตั้งอยู่ที่จุดเริ่มต้น (หรือสิ้นสุด) ของทางหลวงหมายเลข 1 ของนิวซีแลนด์ ในเมืองเล็กๆ ของบลัฟฟ์ ตั้งชื่อตามกัปตันวิลเลียม สเตอร์ลิง ซึ่งก่อตั้งสถานีล่าวาฬในบริเวณใกล้เคียงในปี 1836 สเตอร์ลิงพอยต์มีชื่อเสียงมากที่สุดจากป้ายบอกทาง ซึ่งบอกเส้นทางและระยะทางไปยังเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก ป้ายบอกทางนี้มีปรากฏอยู่ในรูปถ่ายของนักเดินทางหลายพันคน และเป็นสิ่งที่ต้องทำสำหรับผู้มาเยือนเซาท์แลนด์ เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเล่นระยะสั้นๆ ที่สวยงามบนคาบสมุทรบลัฟฟ์ฮิลล์ จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับประภาคารสเตอร์ลิงพอยต์ (Stirling Point Lighthouse) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ตั้งอยู่ในบลัฟ เซาท์แลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ประภาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่จุดใต้สุดของทางหลวงหมายเลข 1 เป็นจุดแวะเยี่ยมชมสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อถ่ายรูปและเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของแนวชายฝั่ง ประภาคารทาด้วยลายเส้นขาวดำ ทำให้โดดเด่นตัดกับท้องฟ้าสีครามและท้องทะเล นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นไปยังประภาคารได้ และระหว่างทางพวกเขาสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงาม ตลอดจนนกและโลมารอบๆ ชายฝั่งได้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Ascot Park Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ด เมืองดันนีดิน – โบสถ์แห่งแรกของโอทาโก - มหาวิทยาลัยโอทาโก – ถนนบอลด์วิน – สถานีรถไฟแห่งดันนีดิน – ปราสาทลาร์นัค - นั่งรถอาร์โกขับเคลื่อน 8 ล้อ
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางชมเมืองดันนีดิน (Dunedin) (ระยะทาง 202 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.40 ชม.) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สก๊อตแลนด์แห่งนิวซีแลนด์ " เมืองท่องเที่ยวที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของนิวซีแลนด์ คือ มหาวิทยาลัยโอตาโก้ (University of Otago) อีกด้วย ยังถือว่าเป็นหนึ่งในสี่เมืองหลักของประเทศนิวซีแลนด์ในด้านประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม และเหตุผลทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญเมืองหนึ่งของประเทศนิวซีแลนด์ นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์แห่งแรกของโอทาโก (First Church of Otago Dunedin) โบสถ์เก่าแก่แห่งนิกายเพรสไบเทเรียนแห่งแรกของเมืองดันนีดิน ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1848 เมื่อครั้งชาวสกอตมาตั้งรกรากที่ประเทศนิวซีแลนด์ นับเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมและแลนด์มาร์คยุคศตวรรษที่ 19 ที่มีชื่อเสียงของประเทศนิวซีแลนด์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ถนนบอลด์วิน (Baldwin Street) ถนนซึ่งได้ถูกบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊กว่าเป็นถนนสายที่ชันที่สุดในโลก โดยมีระดับองศาความชันถึง 38 องศา นำท่านผ่านชมมหาวิทยาลัยโอทาโก (University of Otago) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของนิวซีแลนด์ ตัวมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในเขตหุบเขา มีอาณาเขตติดกับทะเล เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในนิวซีแลนด์ที่เปิดสอนคณะทันตแพทย์ นำท่านแวะถ่ายรูปกับสถานีรถไฟแห่งดันนีดิน (Dunedin Railway Station) ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดของเมือง ตั้งอยู่ในจตุรัสแอนแซค ออกแบบก่อสร้างโดย George Troup มีศิลปะก่อสร้างแบบ Flemish ลักษณะเด่นคือ หินที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นหินบะซอลต์สีดำที่เกิดจากการระเบิดของภูขาไฟ ทางด้านใต้ของสถานีมีหอนาฬิกาสูง 37 เมตร มีรูปแบบการก่อสร้างเหมือนกับอาคารในสกอตแลนด์ที่ต้องมีหอนาฬิกาอยู่ตรงกลางหรือด้านใดด้านหนึ่งของอาคาร
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน พร้อมเมนูกุ้งมังกรและหอยเป๋าฮื้อทะเลใต้
บ่าย นำท่านเดินทางเข้าชมปราสาทลาร์นัค (Larnach Castle) ปราสาทหรือคฤหาสน์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศนิวซีแลนด์ สร้างขึ้นโดยนักการธนาคารชาวออสเตรเลียน นาม วิลเลียม ลาร์นัค สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1871 ใช้เวลา 3 ปีจึงสร้างเสร็จ ยังไม่รวมถึงเวลาตกแต่งจนสมบูรณ์อีกราว 12 ปี จากนั้นก็เกิดโศกนาฏกรรมอาถรรพ์ขึ้น จึงถูกขายต่อเป็นทอดๆจนมาถึงมือของครอบครัวบาร์เกอร์ซึ่งซื้อขึ้นมาไว้ครอบครองในปี ค.ศ. 1967 และเปิดให้บุคคลภายนอกได้เข้าชม จากนั้นนำท่านนั่งรถอาร์โกขับเคลื่อน 8 ล้อสะเทินน้ำสะเทินบก ลัดเลาะบนเนินเขาเลียบชายฝั่งเพื่อเดินทางสู่ Natures Wonder Naturally Dunedin โดยมีมีไกด์ เพื่อชมธรรมชาติของสัตว์ป่าหายากตามธรรมชาติที่ใกล้สูญพันธุ์สีสันแปลกตาซึ่งหาดูได้เฉพาะในแถบนี้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น เพนกวินตาเหลือง (Yellow Eyed Penquin) เพนกวินจิ๋วสีฟ้า (Little Blue Penquin) แมวน้ำขน (New Zealand Fur Seal) นกกาน้ำ (Cormorant) นกอัลบาทรอส (Albatross) และสัตว์ป่าอื่นๆ ของนิวซีแลนด์ที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์ ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองดันนีดิน (ระยะทาง 32 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Scenic Hotel Dunedin City **** หรือเทียบเท่า
วันที่แปด เมืองดันนีดิน – ไคร้สท์เชิร์ช - ฟาร์มชามาร์ราอัลปาก้า
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
08.20 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินดันนีดิน
11.20 น. ออกเดินทางสู่สนามบินไคร้สท์เชิร์ช (CHC) โดยสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ เที่ยวบินที่ NZ5746 (ใช้เวลาบิน ประมาณ 1.05 ชม.)
12.25 น. เดินทางถึงสนามบินเสนามบินไคร์สท์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางเข้าชมฟาร์มชามาร์ราอัลปาก้า (Shamarra Alpacas) (ระยะทาง 74 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม.) ทัวร์ฟาร์มอัลปาก้าชามาร์รา เป็นโอกาสที่ไม่มีใครเทียบได้ในการใกล้ชิดกับอัลปาก้า ได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์แสนรักตัวนี้ และสร้างความทรงจำร่วมกับเพื่อนและครอบครัวในสถานที่อันน่าทึ่ง ท่านจะได้พบกับเพื่อนขนปุยคนใหม่ของท่านที่นี่ Shamarra Alpacas ซึ่งเป็นบ้านของฝูงอัลปาก้า 170 ตัวในท่าเรือที่สวยงามบนเนินภูเขาไฟที่ดับแล้ว และมองข้ามด้วยเนินภูเขาไฟสูงชัน Shamarra Alpacas ใช้เวลาขับรถเประมาณหนึ่งชั่วโมงจากไครสต์เชิร์ช และการเดินทางอันสวยงามเพียง 20 นาทีจากหมู่บ้านริมทะเลประวัติศาสตร์ Akaroa ทัศนียภาพแบบพาโนรามาของท่าเรือ Akaroa เนินเขาและยอดเขาของหุบเขาโดยรอบนั้นน่าทึ่งมาก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Crowne Plaza Christchurch, an IHG Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่เก้า เมืองไคคูร่า - ล่องเรือชมปลาวาฬไคคูร่า
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางขึ้นทางตอนเหนือของเกาะใต้สู่เมืองไคคูร่า (Kaikoura) (ระยะทาง 180 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆน่ารักริมฝั่งทะเลทางตะวันออก ทำอุตสาหกรรมเลี้ยงกุ้งเป็นอาชีพหลักของเมือง ในอดีตเมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของเมืองท่าเรือ ล่าปลาวาฬ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1843-1922 และยังเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการเพาะปลูกและเลี้ยงแกะ เมืองไคคูร่ามีชื่อเสียงด้านการจัดทัวร์ชมปลาวาฬเป็นอย่างมาก และยังเป็นเจ้าแรกในนิวซีแลนด์ที่จัดให้มีทัวร์ชมปลาวาฬ (***การออกเรือชมปลาวาฬขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ในกรณีที่มีพายุหรือลมแรง ไม่สามารถออกเรือได้ บริษัทฯจะคืนค่าล่องเรือให้ในราคากรุ๊ปทัวร์ที่จองเอาไว้ และสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบไม่อนุญาตให้ขึ้นเรือเพื่อความปลอดภัย)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านลงเรือยอร์ชลำใหญ่ชมปลาวาฬยักษ์พันธุ์สเปริ์ม มีความจุได้ถึง 40-50 คน สู่กลางทะเลเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์การผจญภัย ซึ่งเป็นสัตว์ที่สง่างามที่สุดของโลก ในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ท่านอาจจะพบกับปลาโลมาสีเทา นกทะเลหลากชนิด แมวน้ำ และอาจจะยังได้ชมปลาวาฬอีกบางพันธุ์ที่แวะเวียนเข้ามาเยือนชายฝั่ง ในบางฤดูกาลอีกด้วย (ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 2 ชั่วโมง) จากนั้นเดินทางกลับสู่เมืองไคร้สท์เชิร์ช
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Novotel Hotel Christchurch **** หรือเทียบเท่า
วันที่สิบ โอ๊คแลนด์ – ซิดนีย์ - กรุงเทพมหานคร
03.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินโอ๊คแลนด์ เพื่อเช็คอิน
06.00 น. ออกเดินทางสู่สนามบินซิดนีย์ (SYD) ประเทศออสเตรเลีย โดยสายการบินแควนตัสแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QF140 (ใช้เวลาบินประมาณ 3.35 ชม.) สายการบินมีบริการอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบิน
07.35 น. เดินทางถึงสนามบินซิดนีย์ (SYD) ประเทศออสเตรเลีย แวะเปลี่ยนเครื่อง
10.20 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินแควนตัสแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QF23 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.50 ชม.) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินมีบริการ อาหารกลางวันและอาหารเย็น ระหว่างเที่ยวบิน
16.10 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
***Travel Around the World by Chic Journey***
ราคาทัวร์ 189,900 บาท : 17-26 มิ.ย. 69 / 21-30 ก.ค. 69 / 11 – 20 ส.ค. 69 / 17-26 ต.ค. 69 / 1-10 ธ.ค. 69
ราคาทัวร์ 199,900 บาท : 29 ธ.ค. 69 - 7 ม.ค. 70
|
อัตราค่าบริการ (บาท) |
มิ.ย. - ต.ค. 2569 |
ปีใหม่ 2570 |
|
ราคาผู้ใหญ่ พักห้องคู่หรือ เด็ก 1 ท่านพักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน |
189,900 |
199,900 |
|
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ |
32,000 |
40,000 |
|
เด็กอายุ 2 - 11 ปี (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน) |
179,900 |
189,900 |
|
ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์เริ่มต้นที่ท่านละ (ราคาสามารถยืนยันได้ก็ต่อเมื่อที่นั่ง confirm เท่านั้น) |
100,000-190,000 |
|
|
ไม่เอาตั๋ว BKK-CHC - BKK ของสายการบิน QF หักค่าใช้จ่าย |
30,000 |
35,000 |
**ราคาอาจมีการปรับขึ้น – ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริง
ที่สายการบินประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 29/4/2026) **








