ทัวร์แกรนด์อเมริกาใต้ 4 ประเทศ 18 วัน ชิลี เปรู บราซิล อาร์เจนตินา ปาตาโกเนีย เดินทาง มีนาคม - ตุลาคม 2569 | สายการบิน TURKISH AIRLINES (TK)
รหัสสินค้า : CJN_H002 GRAND SOUTH AMERICA 18D 2016 TK
| ราคา |
399,900.00 ฿ |
| จำนวนที่จะซื้อ | |
| ราคารวม | 399,900.00 ฿ |
สินค้าไม่เพียงพอ
สินค้าหมด
แกรนด์อเมริกาใต้ 4 ประเทศ | 18 วัน
ชิลี เปรู บราซิล อาร์เจนตินา ปาตาโกเนีย
ชมเมืองโบราณแห่งอาณาจักรอินคา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ไม่ควรพลาด!!!
ราคา: เริ่มต้น 399,900 บาท
โดยสายการบิน: TURKISH AIRLINES (TK)
ซานเตียโก (ชิลี) ▪ บัลปาราอีโซ ▪ วิลนาเดลมา ▪ ชิมไวน์ ▪ ลิมา ▪ คูซโก้ ▪ มาชูปิคชู ▪ ริโอเดอจาเนโร ▪ รูปปั้นพระเยซู ▪ ยอดเขาชูการ์ลอฟ ▪ น้ำตกอิกวาสุ (บราซิล & อาร์เจนตินา) ▪ บัวโนสไอเรส ▪ ธารน้ำแข็งเปอร์ริโตเมอริโน (ปาตาโกเนีย)
เดินทาง: มีนาคม - ตุลาคม 2569
หมายเหตุ: โปรแกรมหน้าเวปไซด์เป็นรายการที่จัดทำล่วงหน้ากรุณาตรวจสอบ และสอบถามที่นั่งว่างก่อนทำการจองทุกครั้ง
โทร. 084 088 1847 | 086 548 7333
Line: @chicjourney
18 วัน แกรนด์อเมริกาใต้ 4 ประเทศ
ชิลี เปรู บราซิล อาร์เจนตินา ปาตาโกเนีย
โปรแกรมการเดินทาง
วันแรก กรุงเทพ
03.30 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่เคาน์เตอร์เชคอิน ผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์เชคอิน สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
06.45 น. ออกเดินทางสู่สนามบินอิสตันบูล (IST) ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ TK 59 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.15 ชม.) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ มีบริการ อาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบิน
12.50 น. เดินทางถึงกรุงอิสตันบูลแวะเปลี่ยนเครื่อง เที่ยวบิน TK215 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินอิสตันบูล ตามอัธยาศัย
สายการบินมีบริการ IST Half Day City Tour ฟรี สำหรับผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน เกิน 6 ชั่วโมง ท่านสามารถร่วมทัวร์อิสตันบูลครึ่งวันได้ฟรี หรือ ช้อปปิ้งภายในสนามบิน
20.20น. ออกเดินทางจากสนามบินอิสตันบูล สู่ สนามบินซานเตียโก โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส สายการบินมีบริการอาหารบนเครื่อง (ใช้เวลาบินประมาณ 19.40 ชั่วโมง)
********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล *******
สายการบินมีบริการอาหารบนเครื่องบิน ระหว่างบิน
วันที่สอง บัลปาราอีโซ, วินนาเดลมา, หุบเขาคูลาคาฟว์, ชิมไวน์ชิลี
08.45 น. เดินทางถึงสนามบินซานเตียโก นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
10.00 น. นำท่านเดินทางสู่เมืองบัลปาราอีโซ (Valparaiso) เป็นหนึ่งในเมืองท่าที่สำคัญที่สุดและศูนย์กลางวัฒนธรรมที่เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นเรื่อยๆ ของชิลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ เป็นเมืองหลักของแคว้นบัลปาราอีโซ ในขณะที่ซานเตียโกเป็นเมืองหลวงของประเทศ ในปี ค.ศ. 2003 รัฐสภาชิลีได้มีมติประกาศให้บัลปาราอีโซเป็น "เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของชิลี" และเป็นที่ตั้งของสำนักงานกระทรวงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศ บัลปาราอีโซมีบทบาทสำคัญทางภูมิศาสตร์การเมืองในครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยเป็นที่พักกลางทางของเรือที่เดินทางระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติกผ่านทางช่องแคบแมกเกนแลน ชาวยุโรปได้อพยพเข้ามาอย่างมาก บัลปาราอีโซในขณะนั้นได้รับการขนานนามจากกะลาสีจากชาติต่างๆ ว่าเป็น "ซานฟรานซิสโกน้อย" หรือ "อัญมณีแห่งแปซิฟิก" ซึ่งช่วงนี้เองที่ถือเป็นยุคทองของเมือง จนกระทั่งการเปิดใช้คลองปานามาและความซบเซาของการเดินเรือได้ทำให้ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองชะงักลง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านชมเมืองบัลปาราอีโซ ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 2007 เนื่องจากเป็นเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงยุคทองทางการค้าในสมัยศตวรรษที่ 19 นำท่านเที่ยวชมความแปลกตาของบ้านเมืองที่ทาสีสัน สดใสตลอดแนวชายฝั่งทะเล และหมู่อาคารที่สะท้อนสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล สมัยศตวรรษที่ 19 นำท่านเดินทางสู่เมืองวินนาเดลมา (Vina del Mar) ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองบัลปาราอีโซ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งสวน” (City of Garden) นอกเหนือจากสวนสวยที่เพิ่มภูมิทัศน์ของเมือง ยังเป็นที่ตั้งสวนพฤษกศาตร์ของชิลีอีกด้วย นำท่านแวะถ่ายรูปกับนาฬิกาดอกไม้ (Flower Clock) เปรียบได้กับสัญลักษณ์ของเมืองแห่งสวนนี้ จากนั้นนำท่านเที่ยวชมความน่ารักของเมืองริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก นำท่านเดินทางสู่หุบเขาคูลาคาฟว์ (Curacavi Valley) อันเป็นที่ตั้งของไร่องุ่นพันธุ์ดีที่ใช้ในการผลิตไวน์อันเลื่องชื่อของประเทศชิลี ซึ่งเป็นอีกอุตสาหกรรมที่ทำรายได้มหาศาลให้กับประเทศชิลี ตลอดเส้นทางเรียบชายฝั่งทะเลมุ่งสู่ไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์อันเลื่องชื่อ ท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพ ท้องทะเลสลับกับชายฝั่งเทือกเขาสูง นับเป็นอีกทัศนียภาพที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน ท่านจะได้ลิ้มชิมรสไวน์ หลากหลายรูปแบบที่ผลิตและส่งออกนอกประเทศ พร้อมทั้งชมทัศนียภาพและความสวยงามตระการตาของไร่องุ่นอันขึ้นชื่อของชิลี ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่เมืองซานเตียโก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก NH Ciudad De Santiago**** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
วันที่สาม ซานเตียโก (ชิลี) - จตุรัสพลาซ่า เดอะ อาร์ม - มหาวิหารแห่งซานเตียโก - พระราชวังโมนิดา
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านสู่ย่านจตุรัสพลาซ่า เดอะ อาร์ม (Plaza De Arm) อันเป็นจตุรัสที่ตั้งของสถาปัตยกรรมโบราณต่างๆมากมาย นำท่านเดินทางเข้าชมมหาวิหารแห่งซานเตียโก (Cathedral of Santiago) เป็นมหาวิหารที่สร้างด้วยศิลปะนีโอคลาสสิคสร้างตั้งแต่ปี 1748 แล้วเสร็จในปี 1800 นำท่านเข้าชมความงดงามภายในมหาวิหารแห่งนี้ นำท่านถ่ายรูปด้านหน้าของพระราชวังโมนิดา (La Moneda Palace) ซึ่งปัจจุบันคือ ทำเนียบประธานาธิบดีของประเทศชิลี และใช้เป็นสถานที่ราชการของกระทรวงต่างๆของประเทศชิลี นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและถ่ายรูปบริเวณลานด้านหน้า พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดย โจแอนควิน โทเอากา สถาปนิกชาวอิตาเลียน สร้างขึ้นในปี 1784-1805 ในแบบสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิค และมีเสาโรมันขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเป็นซุ้มประตู ความสวยงามและเก่าแก่ของพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก้ อีกด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร Seafood พร้อมลิ้มลองเมนูปูยักษ์
บ่าย นำท่านสัมผัสประสบการณ์ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ สู่เนินเขาซานคริสโตบอล (Cerro San Cristobal) เพื่อชมวิวกรุงซานเตียโกจากมุมสุง และ แวะถ่ายรูปกับรูปปั้นพระแม่มารี ที่ประดิษฐานอยู่บนเนินเขา ได้เวลานำท่านเดินทางสู่เนินเขาซานตาลูเซีย (Santa Lucia Hill) ซึ่งเป็นเนินเขาที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ และ ทัศนียภาพของเมืองซานเตียโกในมุมสูง นำท่านแวะถ่ายรูปกับ ปราสาทฮิลดาโก (Hildalgo Castle) เดิมสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการในอดีตสำหรับเป็นจุดเฝ้าระวังการรุกรานของข้าศึก เนื่องจากตั้งอยู่บนเนินเขาสูง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของเมืองซานเตียโก ตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก NH Ciudad De Santiago**** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
วันที่สี่ ซานเตียโก - คูซโก้
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
อิสระให้ท่านพักผ่อนและใช้ facilities ของโรงแรมได้ตามอัธยาศัย
11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
12.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินซานเตียโก (SCL) เพื่อเชคอิน
15.35 น. ออกเดินทางสู่สนามบินคูซโก้ โดยเที่ยวบินที่ LA2367 (ใช้เวลาบินประมาณ 3.35 ช.ม.)
17.10 น. เดินทางถึงสนามบินคูซโก้
นำท่านเดินทางสู่หุบเขาซาเครท (Sacred Valley) อันเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ ที่จะเปิดให้ท่านเดินทางไปชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างมาชู ปิคชู
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรม
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Posada del Inca Yucay Hotel**** หรือเทียบเท่า
วันที่ห้า นั่งรถไฟไต่เขาขึ้นสู่ มาชู ปิคชู (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ล่าสุดของโลก) – คูซโก้
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟโอลันตาทัมโบ เพื่อขึ้นรถไฟ Vista Dome สู่นครโบราณของอาณาจักรอินคา มาชู ปิคชู (Machu Picchu) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ล่าสุดของโลก โดยรถไฟไต่ขึ้นเทือกเขาแอนดิสอันยิ่งใหญ่ ระหว่างทางท่านจะได้ชมความงามและความลึกลับของบรรยากาศโดยรอบที่เข้ากับสถานที่ข้างทางเป็นแม่น้ำอูรูบัมบา (Urubamba) ไหลแรงคดเคี้ยวขนานไปกับทางรถไฟสู่ปลายทางที่สถานีที่ เมืองอควาส์ กาเลียนเต้ส์ (Aquas Calientes) จากนั้นเดินทางโดยรถบัสสู่ มาชู ปิคชู (Machu Picchu) นครที่หายสาบสูญไปของอาณาจักรอินคา บนยอดเขาสูงที่ถูกหมอกปกคลุมอยู่เสมอ จนถึงปี 1911 นครแห่งนี้จึงปรากฏสู่สายตาชาวโลกในลักษณะสภาพบ้านเมือง บ้านเรือน พระราชวัง วิหาร ซึ่งยังคงสภาพเดิมที่ดีราวกับได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างน่าอัศจรรย์ นครโบราณแห่งนี้ถูกค้นพบโดยฮิรัม บิงแฮม ซึ่งตั้งใจจะหาเมืองโบราณสองเมืองที่ปรากฎชื่ออยู่ในเอกสารโบราณ แต่กลับมาพบเมืองที่ไม่ปรากฎอยู่ในเอกสารใดทั้งสิ้น จึงได้ตั้งชื่อเมืองตามชื่อภูเขาอันเป็นที่ตั้งคือ Machu Picchu ซึ่งมีความหมายว่า Old Mountain และ ยังมียอดเขา Huayna Picchu หรือ New Mountain ขนาบข้าง ตัวโบราณสถานมาชู ปิคชู ซ่อนอยู่บนยอดเขาสูงเฉียดฟ้า และ ณ ที่แห่งนี้คือเมืองที่ไม่กี่ร้อยปีมานี้ยังมีผู้คนอาศัย ก่อนจะถูกทิ้งร้างไปเมื่อสเปนเข้ามาปกครองในสมัยศตวรรษที่ 15 อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจตามอัธยศัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
***** อิสระให้ท่านชม เก็บภาพ ความสวยงามของเมืองโบราณแห่งอาณาจักรอินคา ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ควรพลาดที่จะได้มาเยือน*****
บ่าย ออกเดินทางโดยรถไฟกลับสู่เมืองโอลันตาทัมโบ ท่านจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์อีกฟาก ของรถไฟ ตลอดเส้นทาง
การไต่ลงจากเทือกเขาแอนดิส พร้อมความภูมิใจและความประทับใจที่ครั้งหนึ่งท่านได้มาเยือน เมืองโบราณอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอินคา เมืองโบราณที่หายสาบสูญมานาน และได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองคูซโก้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรม
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Sonesta Cuzco Hotel**** หรือเทียบเท่า
วันที่หก คูซโก้ – วิหารโคริคันชา - กำแพงซัคเซฮัวมัน - กำแพงหิน 12 Side Stone – จตุรัสอาร์ม – ลิมา
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเข้าชมวิหารโคริคันชา หรือที่รู้จักในนาม วิหารพระอาทิตย์ (Qoriqancha, The Sun Temple) ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าดวงอาทิตย์ จากนั้นสัมผัสกับความมหัศจรรย์ในการก่อสร้างที่แข็งแรงของกำแพงเมืองของชาวอินคา กำแพงซัคเซฮัวมัน (Sacsayhuaman) ที่สร้างขึ้นพื่อป้องกันการรุกรานของศัตรูและป้องกันแผ่นดินไหว สิ่งเหล่านี้ได้แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของชาวอินคาอย่างน่าประหลาดใจ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านชมย่านเมืองเก่าของเมืองคูซโก้ เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1983 นำท่านชมกำแพงหิน หรือที่รู้จักในนาม 12 Side Stone ที่สร้างขึ้นโอบล้อมเมืองเก่าคูซโก้ กำแพงนี้สร้างจากภูมิปัญญาของชาวอินคาโบราณ โดยการนำหินก้อนใหญ่มาเรียงกันสร้างเป็นกำแพงเมืองขนาดใหญ่ นับได้ ว่าเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองเก่าคูซโก้ นำท่านเดินชมความสวยงามของเมืองคูซโก้ นำท่านสู่จตุรัสอาร์ม (Arms Square) หรือที่รู้จักในนาม จตุรัสนักรบ (Square of the warrior) และเป็นที่ตั้งของ โบสถ์ลาคัมปาเนีย (Church of la Compania de Jesus) นำท่านเข้าชมโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1576 และได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่สร้างแบบสถาปัตกรรมโคโลเนียล บาโร๊คที่สวยงามคู่เมืองคูซโก้มานาน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจของเมืองคูซโก้ อดีตเมืองราชธานีที่รุ่งเรืองที่สุดของอเมริกาใต้
15.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินคูซโก้
18.45 น. ออกเดินทางสู่สนามบินลิมา โดยเที่ยวบิน LA2031 (ใช้เวลาบิน 1.30 ช.ม.)
20.25 น. เดินทางถึงสนามบินลิมา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Costa desol Wyndham Lima Airport Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ด ลิมา - ริโอเดอจาเนโร (บราซิล)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
10.30 น. นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทองคำ (Gold Museum) ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมศิลปะวัตถุซึ่งทำด้วยทองคำของชาวเปรูมาตั้งแต่อดีตกาล เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมทองคำ และ เรียกได้ว่า เป็นพิพิธภัณฑ์ทองคำที่ใหญ่ติดอันดับของอเมริกาใต้ นำท่านเข้าชมห้องจัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆที่ทำจากทองคำ ตั้งแต่อดีต
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารญี่ปุ่น
บ่าย นำท่านชม กรุงลิมา (Lima) เมืองหลวงที่ยังคงรักษาความเป็นละตินอเมริกาไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเมืองหนึ่ง เมืองลิมาตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1535 โดยชาวสเปนชื่อฟรานซิสโก ปิซาโร และ ในปี ค.ศ.1991 องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้ลิมาเป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรม นำท่านผ่านชม จตุรัส อาร์มาส (Plaza De Armas) แวะถ่ายรูปกับทำเนียบรัฐบาล (Lima Parliament) ซึ่งเด่นสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล นำท่านเข้าชม The Basilica Cathedral of Lima เป็นโบสถ์คาทอลิคที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.1535 นำท่านผ่านชมย่านที่พักอาศัยชานเมืองแถวมิราโฟลเรสและซานอิสโตรซึ่งมีชื่อเสียงด้านความงามของบ้านและสวน
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารไทย
20.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อเชคอิน
23.10 น. ออกเดินทางสู่สนามบินริโอเดอจาเนโร โดยเที่ยวบิน LA2404 (ใช้เวลาบิน 5.05 ชั่วโมง)
เที่ยวบินตรง มีบริการวันละ 1 เที่ยวบิน เท่านั้น เวลาเดียวกัน
วันที่แปด ริโอเดอจาเนโร (บราซิล) – ชูการ์โลฟ
06.15 น. เดินทางถึงสนามบินริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
10.00 น.นำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์ สู่ยอดเขาชูการ์โลฟ (Sugar Loaf Mountain) เป็นยอดเขาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาดเลื่องชื่อ โคปาคาบานา ยอดเขาแห่งนี้ มีความสูง 1,400 เมตร ซึ่งสูงตระหง่านอยู่ที่ปลายแหลมสุดของปากอ่าว กวานาบารา และตั้งโดดเด่นคู่กับภูเขาคอร์โควาโด ท่านสามารถชมทิวทัศน์และภาพอันงดงามของเมืองริโอ เดอจาเนโร จากมุมสู่ของยอดเขาชูการ์โลฟ อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูป
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
14.00 น. นำท่านเชคอินในโรงแรมที่พัก อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยก่อนมื้ออาหารค่ำ เพื่อปรับร่างกาย หรือหากท่านยังไม่ง่วง ท่านสามารถเดินเล่นริมชายหาดโคปาคาบานา หรือ เลือกช้อปปิ้ง หรือท่านจะเลือกเล่นน้ำทะเล พักผ่อนบนชายหาดอันเลื่องชื่อระดับโลก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Winsor Excelsior Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
วันที่เก้า รูปปั้นพระเยซูคริสต์ - เที่ยวชมเมืองริโอ
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านนั่งรถไฟขึ้นสู่ยอดเขาคอร์โควาโด (Corcovado Mountain) อันเป็นที่ตั้งของรูปปั้นของพระเยซู ชื่อ Christ of Redeemer ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และ ได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ รูปปั้นพระเยซูที่มีความสูงประมาณ 700 เมตรนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาคอร์โควาโด เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองและชายหาดที่สวยที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถรางไปบนยอดเขาเพื่อมองรูปปั้นอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบราซิลและคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลกได้อย่างใกล้ชิด ชาวบราซิลมักจะกล่าวอ้างว่า พระเจ้าเป็นชาวบราซิล ซึ่งอาจเป็นเพราะรูปปั้นพระเยซู ที่ยืนเพ่งมองมายังเมืองราวกับว่า ริโอ อยู่ในความคุ้มครองของพระองค์ (ทั้งนี้การขึ้นสู่ยอดเขาขึ้นกับสภาพอากาศ) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารญี่ปุ่น
บ่าย นำท่านเที่ยวชมเมือง ริโอ เดอจาเนโร ซึ่งเป็นประตูสู่ประเทศบราซิล ได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก นำท่านแวะถ่ายรูปกับสนามกีฬามารากาน่า (Maracana stadium) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเหมือนวิหารของฟุตบอลบราซิล เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 3 ของเมือง และเป็นสถานที่ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจมาก มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของฟุตบอลบราซิลเกิดขึ้นที่นี่มากมาย เช่น การยิงประตูที่ 1,000 ของเปเล่ ตำนานลูกหนังแซมบ้าเมื่อ 40 ปีก่อน และยังเป็นสนามที่เขาลงเล่นให้ทีมชาติเป็นนัดแรกด้วย สนามนี้ถูกใช้เป็นที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ รวมถึงจะใช้จัดพิธีเปิดและปิดกีฬาโอลิมปิกปี 2016 ได้เวลานำท่านผ่านชมฟลาเมนโกพาร์ค สะพาน Neteroi ก่อนลัดเลาะไปตามชายฝั่งทะเล ผ่านชายหาดที่มีชื่อเสียงก้องโลก จนถึงหาดโคปาคาบานาที่มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Winsor Excelsior Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
วันที่สิบ น้ำตกอิกวาสุ (ฝั่งบราซิล)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
08.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินริโอ เดอ จาเนโร (GIG)
11.15 น. ออกเดินทางสู่สนามบินอีกัวซูฟอลส์ (IGU) ประเทศบราซิล โดยเสายการบินเจ็ทบลูแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ LA3290 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.10 ชม.)
13.25 น. เดินทางถึงสนามบินอีกัวซูฟอลส์ (IGU) ประเทศบราซิล
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน แบบ Lunch box
บ่าย นำท่านเดินทางชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของน้ำตกอิกวาสุ (Iguaza Fall) ซึ่งเป็นคำมาจากภาษากวารานี (Guarani) ชาวอินเดียนแดงเผ่าดั้งเดิม แปลว่า “สายน้ำอันยิ่งใหญ่” ค้นพบโดยนักสำรวจชาวสเปนชื่อ AI VARO NUNES CABEZA DE VECA เมื่อปี ค.ศ. 1542 น้ำตกอิกวาสุตั้งอยู่บริเวณรอยต่อพรมแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศอาร์เจนตินา เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้และขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกโดยใหญ่กว่าน้ำตกไนแองการ่าประมาณ 30 เท่า อย่างไรก็ตามขนาดของน้ำตกใกล้เคียงกับน้ำตกวิกตอเรียในทวีปแอฟริกา น้ำตกอิกวาสุเกิดจากแม่น้ำอิกวาสุซึ่งไหลมาจากที่ราบสูงปารานา ตกจากขอบที่ราบสูงขนาดใหญ่ลงสู่พื้นที่ราบต่ำกว่า จึงกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ประกอบด้วยน้ำตกใหญ่น้อยอีกกว่า 275 แห่ง ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมปริมาณน้ำมีมากถึงกว่า 13.6 ล้านลิตรต่อวินาที แต่ในช่วงฤดูร้อน คือระหว่างเมษายนถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำจะลดลงเหลือ 2.3 ล้านลิตรต่อวินาที บริเวณรอบๆ น้ำตกจะเกิดละอองน้ำอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงดังไปไกลกว่า 24 กิโลเมตร บนฝั่งประเทศบราซิลจะมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงาม นำท่านสัมผัสบรรยากาศ น้ำตกอิกวาสุ (ฝั่งบราซิล) ซึ่งเป็นฝั่งที่ท่านสามารถมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงามที่สุด (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทางธรรมชาติ) ท่านจะได้สัมผัสกับความงามแสนมหัศจรรย์ของธรรมชาติ น้ำตกทรงเกือกม้าที่เกิดจากแม่น้ำริโออิกวาสุทั้งสายไหลมาจากหน้าผาเบื้องบนตกลงสู่หุบเหวย่อยๆ กว่า 30 แห่ง พลังน้ำตกที่ตกลงมากระทบก้อนหินเบื้องล่างก่อให้เกิดละอองน้ำกระเซ็นกระจายไปทั่วปรากฏเป็นรุ้งกินน้ำสีสวยสดใส
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Grand Carima Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
วันที่สิบเอ็ด น้ำตกอิกวาสุ (ฝั่งอาร์เจนตินา) – ล่องเรือเกรทเอดเวนเจอร์ ชมน้ำตก
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมน้ำตกอิกวาสุ ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกอิกวาสุ (ฝั่งอาร์เจนตินา) เพื่อให้ท่านได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่และความงดงามของน้ำตกอิกวาสุ (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทางธรรมชาติ) และนำท่านสู่จุด Devil’s Throat ซึ่งเป็นจุดชมน้ำตกฝั่งอาร์เจนตินา ที่เรียกได้ว่าน้ำแรง และตกลงสู่เบื้องล่างดังกึกก้อง ให้ท่านได้สัมผัสน้ำตกอิกวาสุอย่างใกล้ชิด อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความยิ่งใหญ่อลังการตามอัธยาศัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางล่องเรือเกรท แอดเวนเจอร์ (Great Adventure Boat) ชมความสวยงามของแม่น้ำอิกวาซู และชมความงดงามของน้ำตกแห่งนี้แบบใกล้ชิด (กรุณาเตรียมเสื้อผ้า 1 ชุด สำหรับเปลี่ยนหลังล่องเรือแล้ว) (ทางบริษัทจัดเตรียมเสื้อกันฝนให้ลูกค้าทุกท่าน) สมควรแก่เวลานำท่านกลับโรงแรมที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Grand Carima Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
วันที่สิบสอง เขื่อนอิไตปู - บัวโนสไอเรส (อาร์เจนตินา)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางชมเขื่อนอิไตปู (Itaipu Dam) เขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ ซึ่งในอดีตนั้นจัดว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่เขื่อนในประเทศจีนจะมีการก่อสร้างเสร็จ เขื่อนอิไตปูสร้างในปีค.ศ.1984 แล้วเสร็จในปีค.ศ.1988 รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 4 ปี คำว่า “อิไตปู” มาจากภาษากวารานิของชาวอินเดียนแดงชนเผ่าดั้งเดิม แปลว่า “เสียงเพลงจากก้อนหิน” เขื่อนอิไตปู กั้นแม่น้ำปารานาบริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัย ซึ่งนอกจากเป็นผนังกั้นน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศอีกด้วย ตัวเขื่อนมีขนาดความสูง 180 เมตร ความยาวกว่า 8 กิโลเมตร ใช้คอนกรีตในการก่อสร้างกว่า 28 ล้านตัน และใช้เหล็กมากขนาดที่ว่าใช้สร้างหอไอเฟลได้ถึง 380 หอเลยทีเดียว ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่น้อย เนื่องจากความอลังการของเขื่อนแห่งนี้
11.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินอิกวาสุ (IGR)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารแบบ lunch box
14.00 น. ออกเดินทางสู่สนามบินบัวโนสไอเรส (AEP) ประเทศอาร์เจนตินา โดยสายการบินแอโรลีเนียส อาร์เจนตินัส เที่ยวบินที่ AR1781 (ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชม.)
16.00 น.เดินทางถึงสนามบินบัวโนสไอเรส (AEP) ประเทศอาร์เจนตินา
นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองบัวโนสไอเรส
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก NH Florida Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่สิบสาม บัวโนสไอเรส – คาลาฟาเต (อาร์เจนตินา)– ถ้ำวาลิชู
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
08.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินบัวโนสไอเรส (AEP) ประเทศอาร์เจนตินา
10.55 น. ออกเดินทางสู่สนามบินเอล คาลาฟาเต (FTE) ในประเทศอาร์เจนตินา โดยสายการบินแอโรลีเนียส อาร์เจนตินัส เที่ยวบินที่ AR1894 (ใช้เวลาบินประมาณ 3.20 ชม.)
14.15 น. เดินทางถึงสนามบินเอล คาลาฟาเต (FTE) ในประเทศอาร์เจนตินา
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ถ้ำวาลิชู (Walichu Cave) ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเอลคาลาฟาเต ซึ่งทางไปยังถ้ำที่อยู่ติดกับทะเลสาบอาร์เจนติโน นำท่านเดินตามเส้นทางที่เปิดไว้เป็นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อค้นพบความมหัศจรรย์ที่มนุษย์และธรรมชาติทิ้งไว้ให้เราเมื่อหลายพันปีก่อน งานศิลปะที่พิมพ์บนถ้ำด้วยสีแดง เหลือง น้ำตาล ดำ และขาว แสดงให้เห็นถึงแนวคิดเกี่ยวกับชีวิตของชนชาติแรกและข้อความที่พวกเขาต้องการฝากไว้ให้คนรุ่นหลัง เทคนิคที่พวกเขาใช้ในการสร้างภาพวาดเหล่านี้ ได้แก่ การลากนิ้ว การกดนิ้วบางครั้งใช้ปอยผม และเป่าผ่านกระดูกกัวนาโกที่กลวง นอกจากภาพวาดในถ้ำที่ดึงดูดใจเหล่านักท่องเที่ยวแล้ว ทัศนียภาพธรรมชาติยังน่าทึ่ง อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสวยงามและชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามของทะเลสาบได้อีกด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Mirado Del Lago Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
วันที่สิบสี่ ธารน้ำแข็งเปอร์ริโตเมอร์ริโน - ล่องเรือชมธารน้ำแข็งเปอร์ริโตเมอร์ริโน่
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ธารน้ำแข็งเปอร์ริโตเมอร์ริโน (Perito Moreno Glacier) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เป็นธารน้ำแข็งที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลอสกลาซิอาเรส (Parque Nacional Los Glaciares) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด Santa Cruz ประเทศอาร์เจนตินา และมีต้นกำเนิดในภูมิภาค Magallanes ในประเทศชิลี เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดในอาร์เจนตินา ปาตาโกเนีย การก่อตัวของน้ำแข็งขนาด 250 ตารางกิโลเมตร ยาว 30 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็ง 48 แห่งที่ได้รับอาหารจากทุ่งน้ำแข็งปาตาโกเนียนตอนใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในเทือกเขาแอนดีสร่วมกับชิลี ซึ่งมีส่วนเล็กๆ ของต้นกำเนิดของ ธารน้ำแข็ง ทุ่งน้ำแข็งแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก หากท่านยืนดูไปสักพัก ธารน้ำแข็งตรงที่อยู่ริมสุดจะค่อยๆถล่มลงมา หรือเรียกว่า Ice Calving ซึ่งจะเกิดเสียงดังกระหึ่มเลยทีเดียว นอกจากนั้น ภูเขาธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน ยังได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1981 อีกด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านล่องเรือชมธารน้ำแข็ง (Perito Merino Glacier Navigator) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ถือเป็น 1 ใน 10 สถานที่ในโลกที่เหมาะจะดูธารน้ำแข็ง และเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองในอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เจนติน่า และตื่นตาตื่นใจกับธารน้ำาแข็งที่มีความยาวกว่า 50 กิโลเมตร กว้างประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Mirado Del Lago Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
วันที่สิบห้า คาลาฟาเต - บัวโนสไอเรส
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
08.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเอล คาลาฟาเต (FTE) ในประเทศอาร์เจนตินา
11.30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินบัวโนสไอเรส (AEP) ประเทศอาร์เจนตินา โดยสายการบินแอโรลีเนียส อาร์เจนตินัส เที่ยวบินที่ AR1843 (ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชม.)
กลางวัน อิสระอาหารกลางวันในสนามบิน
14.30 น. เดินทางถึงสนามบินบัวโนสไอเรส (AEP) ประเทศอาร์เจนตินา
นำท่านแวะถ่ายรูปกับทำเนียบประธานาธิบดีหรือที่มีชื่อเรียกว่า “คาซา โรซาดา” (Casa Rosada) แปลว่าบ้านสีชมพูหรือบ้านสีกุหลาบเพราะใช้หินสีชมพูก่อสร้าง ตั้งตระหง่านอยู่หน้า จัตุรัสมาโย (Plaza De Mayo) อิสระให้ท่านเก็บภาพความงามของเมืองและสถาปัตยกรรม อาคารสำนักงานต่างๆที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะยุโรป นำท่านเดินทางเข้าชมมหาวิหารโรเซอร์เรตต้า (The Metropolitan Cathedral) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1677 และได้พังทลายลงในปี 1753 ต่อมาได้มีการบูรณะสร้างโบสถ์แห่งนี้ขึ้นมาใหม่โบสถ์แห่งนี้เป็นที่ฝังศพของ นายพลโฮเซ่ เดอ ซานมาร์ติน นักปฎิวัติผู้ยิ่งใหญ่และผู้นำอิสรภาพสู่อาร์เจนตินา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่จตุรัสคองเกรส ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งชาติ (Parliament House) นำท่าน ผ่านชมถนน 9 กรกฎาคม (Avenida 9 de Julio) ซึ่งชาวอาร์เจนตินาอ้างว่าถนนสายนี้เป็นถนนที่กว้างที่สุดในโลก ผ่านชมที่ตั้งของเสาโอบิลิกส์ (Obelisk El Obelisco) สร้างขึ้น ในปี 1936 ณ ส่วนกลางของถนนแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ธงอาร์เจนตินาถูกเชิญสู่ยอดเสาเป็นครั้งแรก เป็นที่จัดประชุมทางการเมือง งานดนตรี และเป็นสถานที่ฉลองชัยชนะของทีมฟุตบอลอาร์เจนตินา
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก NH Florida Hotel **** หรือเทียบเท่า
วันที่สิบหก บัวโนสไอเรส
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ (Museum of Fine Arts) ซึ่งเปิดแสดงในปี ปี 2547 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงผลงานของโกยา แรมแบรนดท์ แวนโก๊ะ โรแด็ง มาเนต์ และชากาล ตลอดจนศิลปินอื่นๆ นับเป็นสถานที่จัดเก็บผลงานของศิลปินระดับโลกอันเลื่องชื่อหลายต่อหลายท่าน ภาพวาดแต่ละภาพประเมินค่ามิได้ อิสระให้ท่านได้ชมผลงานจากศิลปินระดับโลกที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้เวลานำท่านสู่คาเฟ่ ทอร์โทนี (Café Tortoni) เป็นคาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศส ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 1858 เป็นคาเฟ่ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่แห่งกรุงบัวโนสไอเรส คาเฟ่แห่งนี้เป็นที่พักปะ ของชนชั้นสูงในอดีต ให้ท่านได้ลิ้มลองกาแฟ พร้อมเก็บภาพความสวยงามของคาเฟ่เก่าแก่แห่งนี้ ได้เวลานำท่านเที่ยวชมเมืองบัวโนสไอเรส
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านสู่ย่านลาโบกา (La Boca) ย่านที่อยู่อาศัยของชนชั้นแรงงาน มีสีสันสดใสหลากหลายจนลายตา ได้รับการก่อตั้งขึ้นในกลางศตวรรษที่ 19 เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของกรรมกรท่าเรือ โดยได้ตั้งติดอยู่ริมน้ำพอดี ย่านนี้ได้ชื่อว่ามีบ้านเรือนที่สร้างด้วยสังกะสีแต่มีการนำสีสด ๆ แปลก ๆ มาทา จิตรกรเบนีโต กินเกลา มาร์ติน เป็นผู้นำในการใช้สีของผู้คนในย่านนี้ในช่วงต้นๆ ศตวรรษ นำท่านเดินทางเข้าชมสุสานของเอวา เปรอน (Tomb of Evita Peron) เป็นผู้นำทางการเมืองและนักแสดงคนสำคัญของอาร์เจนตินา ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้เป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศอาร์เจนตินาในปี 1952 เธอเสียชีวิตในปีเดียวกันนั้นด้วยวัย 33 ปีเนื่องจากมะเร็งมดลูก หลุมศพของเธออยู่ในย่าน Recoleta (บัวโนสไอเรส) และเป็นหนึ่งในหลุมศพที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก นำท่านเดินทางชมย่านคาร์เมนนิโต้ (Camanito) หมู่บ้านแทงโก้ที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ความเป็นชุมชนเก่าแก่ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เป็นพิพิธภัณฑ์ริมถนนและตรอกแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่ใน La Boca ย่านบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญทางวัฒนธรรมเพราะเป็นแรงบันดาลใจให้กับดนตรีแทงโก้อันโด่งดัง "Caminito (1926)" ซึ่งแต่งโดย Juan de Dios Filiberto
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
20.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินบัวโนสไอเรสเพื่อเชคอิน
23.55 น. ออกเดินทางสู่สนามบินอิสตันบูล (IST) ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ TK16 (ใช้เวลาบินประมาณ 16.40 ชม.)
วันที่สิบเจ็ด บัวโนสไอเรส (อาร์เจนตินา) – อิสตันบูล
***** บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล *****
สายการบินมีบริการอาหารเช้า และ อาหารกลางวัน และ อาหารค่ำ บนเครื่องบิน
22.35 น. เดินทางถึงนครอิสตันบูล (IST) ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเครื่อง
วันที่สิบแปด อิสตันบูล – กรุงเทพมหานคร
01.55 น.ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ TK68 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.15 ชม.)
15.10 น.เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ....
***Travel Around the World by Chic Journey***
20 มี.ค. - 6 เม.ย. 69 / 4 - 21 เม.ย. 69 / 1 - 18 พ.ค. 69 / 12 - 29 มิ.ย. 69 / 10 - 27 ก.ค. 69 / 8 - 25 ต.ค. 69
|
อัตราค่าบริการ (บาท) |
ธ.ค. 2568 – ต.ค. 2569 |
|
ราคาผู้ใหญ่ พักห้องคู่หรือ เด็ก 1 ท่านพักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน |
399,900 |
|
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ |
50,000 |
|
ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์ (เฉพาะเที่ยวบินของสายการบิน TK เท่านั้น) เริ่มต้นที่ท่านละ |
150,000-190,000 |
|
ไม่เอาตั๋วเครื่องบิน (ผู้ใหญ่) – หักค่าตั๋วคืนท่านละ (BKK- IST-SCL//BOG-IST-BKK) |
45,000 |








