ทัวร์กรุ๊ป MSC SEASHORE สงกรานต์ บิน WY 10 -20 เม.ย.66 ล่องเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 11วัน ทัวร์เรือสำราญ ล่องเรือสำราญ เดินทาง เมษายน

ไม่พบสินค้า

#ล่อเรือสำราญ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน #MSC SEASHORE ระวางเรือขนาด 181,000 ตัน พร้อม Entertainment Complex ขนาดใหญ่ ที่พร้อมให้บริการบนเรือสำราญ

วันแรก: 10 เม.ย. 2566    กรุงเทพมหานคร - มัสกัต - มิลาน

06.00 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินโอมาน แอร์ (WY) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
09.10 น.  ออกเดินทางสู่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน โดยเที่ยวบิน WY818 (ใช้เวลาบินประมาณ 5.55 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง
**สายการบินฯ มีบริการ อาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบินสู่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน
12.05 น.  เดินทางถึงกรุงมัสกัต แวะเปลี่ยนเครื่อง เที่ยวบิน WY143 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินตามอัธยาศัย
14.40 น.  ออกเดินทางจากสนามบินมัสกัต (MCT) สู่สนามบินมัลเพนซา (MXP)บริการอาหารกลางวันบนเครื่องบิน (ใช้เวลาบินประมาณ 7.05 ชม.)
19.45 น.   เดินทางถึง สนามบินมัลเพนซา เมืองมิลาน  ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
****นำท่านเข้าพักสู่โรงแรมที่พัก Crowne Plaza Milan Malpensa Airport Hotel หรือเทียบเท่า ( คืนแรก :Hotel 1 )

วันที่สอง : 11 เม.ย. 2566   มิลาน – เจนัว - ปอร์โตฟิโน

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปอร์โตฟีโน (Portofino) (ระยะทาง 175 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชม.) เมืองท่าแห่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ซึ่งตั้งอยู่ในเขต จังหวัดของเจนัว ที่ถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งเมืองท่า"เมืองปอร์โตฟิโน เป็นเมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารัก ภายในตัวเมืองประกอบไปด้วยด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไปตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มี เรือยอร์ช (Yatch)จอดเต็มไปหมด นำท่านชมความงดงามของ โบสถ์เซนต์มาร์ติน (St. Martin) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยตัวโบสถ์นั้นมีขนาดที่ไม่ใหญ่โต แต่ก็มีความสวยงามมากพอสมควร จากนั้นนำท่านเข้าชมความยิ่งใหญ่ของ ปราสาทและป้อมปราการ Castello Brown ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ในอดีตเคยใช้เป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึก แต่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งของเมืองอีกด้วย 
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย  นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเจนัว นำท่านชมบริเวณอ่าวเจนัว อันเป็นท่าเทียบเรือสำราญ เรือยอร์ชหรู เรือใบสีขาวละลานตา และยังคงมีเรือโบราณจำลองขนาดยักษ์ สลักเสลาด้วยรูปปั้นอันวิจิตรคล้ายย้ำเตือนให้ระลึกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของชาวเมืองเจนัวคนนี้
15.30 น.  นำท่านเช็คอินขึ้น เรือสำราญ MSC Cruise “MSC SEASHORE” ด้วยระวางเรือขนาด 181,000 ตัน พร้อม Entertainment Complex ขนาดใหญ่ ที่พร้อมให้บริการบนเรือสำราญ
19.00 น.   เรือสำราญเดินทางออกจากท่าเทียบเรือเจนัว มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคีย กรุงโรม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ (คืนที่สอง:บนเรือ)

วันที่สาม : 12 เม.ย. 2566  โรม - ชิวิคตาเวคเคีย

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
08.00 น.   เรือเทียบท่า ณ ท่าเรือ ชิวิคตาเวคเคีย ประเทศอิตาลี
นำท่านเดินทางสู่ นครรัฐวาติกัน (Vatican)รัฐอิสระที่เล็กที่สุดและเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก จากนั้นนำท่าน ชมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Basilica) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก รู้จักกันโดยชาวอิตาลีว่า Basilica di San Pietro in Vaticano หรือ เซนต์ปีเตอร์บาซิลิกา (Saint Peter's Basilica) มหาวิหารนี้เป็นมหาวิหารหนึ่งในสี่ของมหาวิหารหลักในกรุงโรม ประเทศอิตาลี  (อีก 3  มหาวิหารคือ: มหาวิหารเซนต์จอห์นแลเตอร์รัน มหาวิหารซานตามาเรียมายอเร และ มหาวิหารเซนต์พอลนอกกำแพง) อยู่ในนครรัฐวาติกัน เป็นดินแดนที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรมและเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์ นิกาย Roman Catholic State of the Vatican City ซึ่งนครรัฐวาติกันจัดว่าเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก อันมีศูนย์กลางคือมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ซึ่งได้รับการออกแบบโดยอัจฉริยะบุคคล Michelangelo
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย  นำท่านเดินทางกลับสู่ท่าเรือชิวิคตาเวคเคีย นำท่านถ่ายรูปกับป้อมปราการไมเคิลแองเจโล (Forte Michelangelo)เป็นปราสาทยุคโบราณสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 โดยมีการสร้างกำแพงล้อมรอบปราสาท เพื่อใช้เป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานจากข้าศึกในอดีต ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นใกล้กับท่าเรือและใช้เป็นป้อมปราการด่านหน้าในการเรียกเก็บระวางเรือและภาษีในสมัยก่อน โดยหอคอยตรงกลางป้อมปราสาทแห่งนี้ออกแบบโดยไมเคิล แองเจโล สร้างในสมัยโรมันโบราณ โดยผนังของป้อมปราการแห่งนี้มีความหนากว่า 6 เมตร อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความยิ่งใหญ่ในการสร้างป้อมปราการที่ยังคงตั้งตระหง่านในเมืองชิวิคตาเวคเคีย
15.30 น.    นำท่านเดินทางกลับสู่ท่าเรือชิวิคตาเวคเคีย
19.00 น.   เรือสำราญออกจากท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคียมุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเนเปิ้ล
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ (คืนที่สาม:บนเรือ)

วันที่สี่ : 13 เม.ย. 2566   เนเปิ้ล – ปอมเปอี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
07.00 น.  เรือเทียบท่า ณ ท่าเรือเนเปิ้ล ประเทศอิตาลี
08.00 น.  นำท่านเดินทางสู่ เมืองปอมเปอี (Pompeii) (ระยะทาง 30 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) นำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์ปอมเปอี เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จัดแสดงเรื่องราวไว้อย่างน่าสนใจ อดีตเมืองปอมเปอี (Pompei) มีฐานะเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าที่แน่นขนัดไปด้วยร้านค้า, ตลาด และห้องแถว นอกจากนี้ยังมีสนามกีฬา, โรงละคร, วิหาร, โรงอาบน้ำสาธารณะ, หอนางโลม เมืองปอมเปอีสูญหายจากหน้าประวัติศาสตร์ อันเนื่องจากถูกทับถมด้วยเถ้าลาวาจากการระเบิดของภูเขาไฟวิซูเวียสในปีค.ศ. 79 หลังการขุดสำรวจในศตวรรษที่ 16 ภาพชีวิตของชาวโรมันกว่าสองพันปี ได้ปรากฏแก่สาธารณะชน นำท่านชมสภาพของเมืองที่ขุดค้นขึ้นมาบ่งบอกถึงร่องรอยความเจริญและความยิ่งใหญ่ของเมืองนี้ในอดีต
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย  นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเนเปิ้ล (Naples) หรือที่นิยมเรียกเป็นภาษาอิตาลีว่า เมืองนาโปลี (Napoli) คืออีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเนเปิ้ล (Province of Naples) และแคว้นกัมปาเนีย (Campania) แคว้นที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของประเทศอิตาลีนั่นเองเมืองเนเปิ้ลตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของอิตาลีติดกับอ่าวเนเปิ้ล (Naples Bay) กึ่งกลางระหว่างพื้นที่ภูเขาไฟสองแห่ง คือ ภูเขาไฟ วิสุเวียส และกัมปีเฟลเกรย์และยังเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในคาบสมุทรอิตาลี มาตลอด 2,800 ปีนับแต่ก่อตั้งเมืองขึ้นมา ด้วยเหตุนี้เมืองเนเปิ้ลจึงถือว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโดยเฉพาะบริเวณใจกลางของเมืองเนเปิ้ลยังเป็นศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (Unesco) ให้เป็นเมืองมรดกโลก ในปี ค.ศ.1995 นำท่านชมและถ่ายรูปกับ จตุรัสเพิลบิสซิโต (Piazza del Plebiscito) หนึ่งในจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองเนเปิ้ล ตั้งอยู่ใกล้ๆกับบริเวณอ่าว ซึ่งถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าอาคารสถานที่ที่มีความสำคัญของเมือง นำท่านเข้าชมพระบรมมหาราชวังแห่งเมืองเนเปิ้ล (Royal Palace of Naples)เป็น 1 ใน 4 ของที่พำนักของกษัตริย์แห่งราชวงศ์บูร์บง (Bourbon Kings) หนึ่งในราชวงศ์ที่สำคัญที่สุดในทวีปยุโรป (***หากราชวังปิดให้เข้าชม ทางทัวร์จะจัดหาโปรแกรมอื่นที่เหมาะสมให้แทน)อิสระให้ท่านได้มีเวลา ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม และ สินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย หรือจะเลือกเก็บภาพความน่าประทับใจของเมืองเนเปิ้ล กับงานสถาปัตยกรรมของหมู่อาคารเก่าแก่มากมายที่ยังคงสะท้อนความรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันในอดีตได้อย่างดีเยี่ยม
16.00 น.   นำท่านเดินทางกลับสู่ท่าเทียบ เรือเนเปิ้ล
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ(คืนที่สี่:บนเรือ)
17.00 น.  เรือเดินทางออกจากท่าเรือเนเปิ้ล เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือคอร์ซิก้า (ประเทศฝรั่งเศส)

วันที่ห้า : 14 เม.ย. 2566  อายัคโซ่ เกาะคอร์ซิก้า (ประเทศฝรั่งเศส)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
อิสระให้ท่านพักผ่อน บนเรือสำราญหรูตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆอีกมากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ เช่น
-Public Room   :บาร์และเลาจน์ ห้องสมุด ห้องอินเตอร์เนต
-Entertainment:ชมโชว์พิเศษที่ทางเรือมีจัดแสดงหรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆ หลากหลาย
-Sport and Activities :สระว่ายน้ำ สปอร์ทคอร์ท ฟิตเนต มินิกอล์ฟ
-Spa and Wellness :ห้องสปา ห้องสตรีม บิวตี้ ซาลอน โยคะ และอื่นๆ อีกมากมาย
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
12.00 น.  เรือเทียบท่า ณ เมืองอายัคโซ่ เกาะคอร์ซิกา ประเทศฝรั่งเศส
นำท่านเดินชมเมือง อายัคโซ่ (Ajaccio) เมืองท่าที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มากเมืองหนึ่งของเกาะคอร์ซิกา ภายในเมืองเต็มไปด้วยจตุรัส และพลาซ่าต่างๆมากมาย นอกจากตัวเมืองที่สวยงามแล้ว อายัคโซ่ยังมีท่าเรือเก่าแก่ ชายหาด และยอดเขาอันสูงชัน และยังเป็นบ้านเกิดของนโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoleon Bonaparte) หรือ จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 นายพลผู้มีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติฝรั่งเศส จอมจักรพรรดิที่มีชื่อเสียงก้องโลก 
จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์จักรพรรดินโปเลียนซึ่งรูปปั้นตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของน้ำพุ จากนั้นนำท่าน เข้าชม โบสถ์อายัคโซ่ (Cathedral of our lady of the assumption of Ajaccio)โบสถ์โรมันคาทอลิกเก่าแก่ประจำเมือง สร้างขึ้นช่วงปลายศตวรรษที่ 15 แบบสไตล์บาโรคและแมนเนอริส ซึ่งโบสถ์แห่งนี้ได้รับการบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในอนุสรณ์ประวัติศาสตร์ประจำชาติของประเทศฝรั่งเศสด้วย นอกจากนี้ยังเป็นโบสถ์ที่จักรพรรดินโปเลียนได้ทำการทำศีลล้างบาป ประจำศาสนา เมื่อ 21 กรกฎาคม ค.ศ.1771 ด้วย
19.00 น.  นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรืออายัคโซ่ (Ajaccio)
20.00 น.   เรือออกเดินทาง เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือเจนัว ประเทศอิตาลี
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ (คืนที่ห้า:บนเรือ)

วันที่หก : 15 เม.ย. 2566   เจนัว – ตูริน – ชาร์โมนิกซ์ 

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
08.00 น.  เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือเจนัว (อิตาลี) นำท่านเช็คเอาท์จากเรือสำราญ
นำท่านเดินทางสู่ เมืองตูริน (Turin)เป็นอีกเมืองทางภาคเหนือของอิตาลี ตั้งอยู่ริมเเม่น้ำโป เป็นเมืองหลวงของแคว้นปีเอมอนเต นับว่าเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเเละมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ยุโรป เมืองนี้เป็นฐานการผลิตหลักของรถยนต์เเบรนด์สัญชาติอิตาลีอย่าง เฟียตอีกด้วย นำท่านเที่ยวชมจัตุรัสซานคาร์โล สร้างมาตั้งเเต่ศตวรรษที่ 17 โดยมีความน่าสนใจอยู่ที่ อนุสาวรีย์ ของ เอมานูเอล ฟิลิเบอร์โต ดยุคแห่งซาวอย ในสมัยศตวรรษที่ 16 โดยยังมี โบสถ์คู่ ที่มีลักษณะเป็นเหมือนกับประตูเมืองที่สวยงามอย่างมาก ซึ่งทั้งสองโบสถ์นั้นก็คือ โบสถ์ซานตาคริสตินาและโบสถ์ซานคาร์โล โดยมีอาคารสถาปัตยกรรมเก่าๆ ที่งดงามล้อมรอบอยู่ จากนั้นนำท่าน เข้าชมวิหารตูริน (Turin Cathedral) ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจากจัตุรัสซานจีโอวานนีมากนัก โดยวิหารเเห่งนี้สร้างขึ้นมาบนฐานของโบสถ์เก่า 3 เเห่งด้วยกัน เเละมีการเเบ่งออกเป็นสามส่วน โดยมีส่วนสำหรับเก็บรักษา ผ้าห่อพระศพแห่งตูริน ซึ่งมีความเชื่อถือว่ากันว่าเป็นผ้าห่อพระศพของพระเยซูเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์จากการถูกตรึงไม้กางเขน โดยผืนที่นำมาจัดเเสดงนั้นเป็นผืนจำลอง
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ เมืองชาร์โมนิกซ์ (Chamonix)(ระยะทาง 170 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.45 ชั่วโมง) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศส ตรงพรมแดนระหว่างสามประเทศ คือ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และ อิตาลี นำท่านเที่ยวชมหมู่บ้านชาร์โมนิกซ์ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่น่าอยู่และมีความน่ารักในตัวเอง มีทัศนียภาพที่งดงามต่อการถ่ายภาพ เห็นภูเขาหิมะขาวโพลนเป็นฉากหลัง ใจกลางหมู่บ้านมีการผสมผสานที่อยู่อาศัยของผู้คนในพื้นที่เข้ากับร้านค้า ร้านอาหาร และที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว มีแหล่งชอปปิ้งสำหรับหาซื้อของฝากหรืออุปกรณ์สำหรับการเล่นกีฬาตามฤดูกาล นำท่านเดินเล่นแวะถ่ายรูปในหมู่บ้านชาร์โมนิกซ์
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
****นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Mercure Chamonix Hotel หรือเทียบเท่า (คืนที่หก2)

วันที่เจ็ด : 16 เม.ย. 2566  ชาร์โมนิกซ์  - อันซี - มงกง - ชาลง ซูร์ โซน – ดิจอง

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอันซี (Annecy) (ระยะทาง 93 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากเป็นอันดับต้นๆของแคว้น โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบอันซี (Annecy Lake) ในฝรั่งเศส เมืองอันซีเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโอต-ซาวัว (Haute-Savoie) บริเวณใจกลางเมืองนั้นถือว่าเป็นส่วนที่โดดเด่นของเมืองเนื่องจากยังคงความเป็นเมืองยุคกลางและยังเป็นที่ตั้งของปราสาทโบราณ (Annecy Castle) จากศตวรรษที่ 14 มีคลองขนาดเล็กไหลผ่านใจกลางเมือง นำท่าน ถ่ายรูปกับปาเลส์เดอไลล์ (Palais d'Isle) หรือ "คุกเก่า" สัญลักษณ์ของเมืองอันซีและเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดของฝรั่งเศส เป็นปราสาทโบราณที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1132 ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นในรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายหัวเรือโบราณที่ทอดสมออยู่ในแม่น้ำและถูกประกาศให้เป็นอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์ในปี 1900 จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารแซ็ง-ปีแยร์แห่งอานซี (Cathedrale Saint-Pierre d'Annecy) มหาวิหารนิกายโรมันคาทอลิกและเป็นอนุสาวรีย์แห่งชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 ปัจจุบันมหาวิหารแห่งนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของจังหวัดโอต-ซาวัว และของแคว้นโรนาลป์  ได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองมากง (Macon) (ระยะทาง 173 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโซเนลัวร์ในแคว้นบูร์กอญ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของฝรั่งเศส เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ แต่แฝงด้วยมนต์เสน่ห์ เนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโรน และตั้งอยู่ในแคว้นเบอร์กันดี เป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม โดยเฉพาะสวนดอกไม้ที่มีการจัดสวนอย่างสวยงาม
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่าน เดินชมความน่ารักของเมืองมากง จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับสะพานโรมันแซงต์โรลอง(Saint Laurent Roman Bridge) ที่สร้างทอดยาวข้ามแม่น้ำโรน
ได้เวลานำท่าน เข้าชมโบสถ์ อิกลิส แซงต์ ปิแอร์ (Eglise Saint Pierre)ซึ่งเป็นโบสถ์ใจกลางเมืองสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 นำท่านเข้าชมความสวยงามและความเก่าแก่ของโบสถ์แห่งนี้ จากนั้นนำท่าน เที่ยวชมบริเวณเมืองเก่า (old town) ให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของตัวเมืองเก่ามากง อีกเมืองสวยแห่งลุ่มแม่น้ำโรน นำท่านเดินทางสู่ เมืองชาลง ซูร์ โซน (Chalon Sur Saone) (ระยะทาง 58 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  เป็นเมืองเล็กอีกเมืองที่ตั้งริมแม่น้ำโซน (Saone) ในภูมิภาคบูร์กอนน์ ฟรองต์ กงเต ของฝรั่งเศส เป็นอีกเมืองเก่าแก่อีกเมืองของฝรั่งเศสตะวันออก และเป็นอีกเมืองที่ถูกยึดครองโดยอาณาจักรโรมันโบราณ นำท่าน เที่ยวชมเมืองชาลง ซูร์โซน จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารชาลง-ซูร์-โซน หรือเรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญวินเซนต์แห่งชาลง-ซูร์-โซน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 แล้วเสร็จสมบูรณ์ในสมัยศตวรรษที่ 18 และได้มีการบูรณะในสมัยศตวรรษที่ 19 มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่นักบุญวินเซนต์แห่งซารากอสซา และมหาวิหารแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1903 อีกด้วย ได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองดิจอง (Dijon)
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
**นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Mercure Dijon Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่เจ็ด3)

วันที่แปด : 17 เม.ย. 2566  ดิจอง - ปารีส – ช้อปปิ้ง La Velle Village Outlet

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ กรุงปารีส (Paris)(ระยะทาง 315 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) นครหลวงแห่งแฟชั่นชั้นนำของโลก ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำแซนน์ ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสองข้างทาง และ อาคารบ้านเรือน รวมถึงหมู่บ้านในแถบชนบทของประเทศฝรั่งเศส
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย
บ่าย   นำท่านเดินทางสู่ ช้อปปิ้งเอาท์เลตขนาดใหญ่ La Velle Village Outlet ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมต่างๆมากมาย อาทิเช่น ARMANI, LONGCHAMP, BURBERRY, TOD'S, PAUL SMITH, BALLY และอื่นๆ อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย  นำท่านถ่ายรูปประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe หรือเรียกเต็มๆว่า Arc de triomphe de l’Etoile อ่านว่า อาร์กเดอทรียงฟ์เดอเลตวล) เป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดย ฌ็อง ชาลแกร็ง มีอายุกว่า 200 ปีสร้างขึ้นปีพ.ศ. 2349 หลังจากที่จักรพรรดิ นโปเลียนที่ 1 ได้รับชัยชนะจากยุทธการเอาสเตอร์ลิทซ์ ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่าสามสิบปีเสร็จสิ้นในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์-ฟิลิปป์ พ.ศ. 2376-2379
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Holiday Inn Clichy Hotel Paris/ Mercure Paris La Defense **** หรือเทียบเท่า  (คืนที่แปด 4)

วันที่เก้า : 18 เม.ย. 2566  ปารีส

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เนินเขามงมารตร์ เพื่อเข้าชมมหาวิหาร ซาเคร-เกอร์ บาซิลิก้า (The Basilica of the Sacred Heart of Paris)หรือ บาซิลิก้า สถานที่ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “หัวใจอันศักดิ์สิทธิ์ของปารีส” จุดท่องเที่ยวยอดฮิต ทางตอนเหนือ ตั้งอยู่บนยอดเนินเขามงมารตร์ (La butte Montmartre) สูงจากระดับน้ำทะเล 129 เมตร เขาแห่งเดียวในกรุงปารีส จุดชมวิวแสนวิเศษที่สามารถเห็นวิวมุมสูงที่สุดอันดับสองรองจากหอไอเฟล แต่มีความโดดเด่นสำคัญคือ สามารถเห็นหอไอเฟลตั้งอยู่กลางเมืองถ้ามองจากจุดนี้ เป็นวิวแสนโรแมนติกจับใจ ทั้งกลางวันและกลางคืน สำหรับ มหาวิหาร Sacré-Coeur หรือ มหาวิหารพระหฤทัยแห่ง Montmartre เป็นวิหารในคริสตจักรโรมันคาทอลิก ถูกออกแบบโดย โปล อาบาดี (Paul Abadie) สถาปนิกที่ถูกคัดเลือกจากสถาปนิกทั้งหมด 77 รายเริ่มก่อสร้างปี ค.ศ. 1875 และเสร็จสิ้นลงในปี ค.ศ.1914 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างเกือบ 40 ปี นอกจากนี้ยังเป็นสถานทมี่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องรวมถึง Emily in Paris อีกด้วย
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย  นำท่านสู่ แกลอรี่ ลาฟาแยต (Gallery Le Fayatte) ห้างสรรพสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำแห่งกรุงปารีส อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งแบบเต็มๆ นำท่านสู่ย่านถนนแฟชั่นชั้นนำของปารีส ถนนชองป์ส เอลิเซ่ส์ (Champs Elysee) ย่านการค้าที่ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเชสต์นัตที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม และปลูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทำให้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา ถนนสายนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก (The most beautiful avenue in the world) ท่านสามารถเดินตามเส้นทางถนนสายนี้ไปสู่ประตูชัยนโปเลียน (Arch de Triumph) ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ได้เวลานำท่านเดินเล่นและเก็บภาพความสวยงามของกรุงปารีสตลอดริมแม่น้ำแซนต์
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Holiday Inn Clichy Hotel Paris / Mercure Paris La Defense **** หรือเทียบเท่า (คืนที่เก้า 5)

วันที่สิบ : 19 เม.ย. 2566   ปารีส

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่าน เข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ (Verseille Palace) อันเป็นพระราชวังหลวงแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก เดิมทีเป็นพระตำหนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ช่วงปี ค.ศ.1682 ซึ่งภายหลังมีการบูรณะก่อสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหมดจนเปลี่ยนเป็นพระราชวังที่มีความอลังการและสวยงาม โดยใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นราว 30 ปี ด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านฟรังก์ แต่งเติมด้วยงานสถาปัตยกรรมชั้นยอด ทั้งรูปปั้น งานแกะสลัก ตลอดจนการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์และรูปวาดต่างๆได้อย่างลงตัวและประณีต พระราชวังแวร์ซายส์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เมื่อปี ค.ศ.1979 และปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมราว 7.7 ล้านคนต่อปี
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย  นำท่าน ถ่ายรูปพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ (Louvre Museum)  พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง แต่ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา ผลงานอันโด่งดังของลีโอนาร์โด ดาวินชี โดยบริเวณลานด้านหน้า มีปิระมิดที่สร้างขึ้นจากกระจกและโลหะ ทำหน้าที่เป็นทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์ และกลายเป็นหนึ่งในจุดเชคอินของปารีส นำท่าน ถ่ายรูปหอไอเฟล หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย ตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้ออกแบบ "กุสตาฟ ไอเฟล" หอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น จากนั้นนำท่านเดินทางสู่บริเวณ จตุรัสทรอคาเดโร ซึ่งเป็นจุดชมหอไอเฟลที่สวยที่สุดสัญลักษณ์ของนครหลวงปารีส หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนชองป์เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย อิสระให้ท่านได้เก็บภาพหอไอเฟลแบบจัดเต็ม
17.30 น.  นำท่านสู่สนามบิน เพื่อเช็คอิน และทำ Tax Refund
21.35 น.  ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ WY132 (ใช้เวลาในการเดินทาง 07.05 ชั่วโมง)

วันที่สิบเอ็ด :20 เม.ย. 2566  กรุงเทพฯ

06.40 น. เดินทางถึงสนามบินมัสกัต แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน
08.50 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบิน WY815 (ใช้เวลาในการเดินทาง 6 ชั่วโมง)
18.00 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)
**กรุณาตรวจสอบสัมภาระของท่านก่อนออกจากท่าเรือ**

…Cruise Vacations Start Here…Cruise Tour eXperts by Chic Journey
หมายเหตุ : ***กระเป๋าเดินทาง และ ทรัพย์สินส่วนตัวทุกอย่าง ผู้เดินทางต้องดูแลและรับผิดชอบด้วยตัวเอง หากเกิดการสูญหายไม่ว่ากรณีใดๆ ทางบริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบใดๆแทนได้
รายการท่องเที่ยวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นกับสายการเดินเรือ และความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ

อัตราค่าบริการ 

10-20 เมษายน 2566

ผู้ใหญ่พัก 2 ท่านต่อห้อง หรือ เด็กอายุมากกว่า 11 ปีบริบูรณ์ พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน
หรือ พัก 3 ท่านต่อห้อง ราคาท่านละ

119,900

อัพเกรดเรือเป็นห้องมีระเบียง (Balcony) พักห้องคู่ เพิ่มเงินท่านละ

8,000

พักเดี่ยวเพิ่มเงินท่านละ (Based INS cabin)

21,000

เด็กอายุ 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน เสริมเตียง

109,900

ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์(WY) เริ่มต้นที่ท่านละ
(ราคาสามารถยืนยันได้ก็ต่อเมื่อที่นั่ง confirm เท่านั้น)

90,000 – 140,000

ไม่เอาตั๋วเครื่องบินหักคืน (BKK-MXP//CDG-BKK)

29,000

กรณีมีวีซ่าเชงเก้นแล้ว หักเงินคืนค่าวีซ่าท่านละ

ไม่รวมวีซ่าเชงเก้น

**ราคาอาจมีการปรับขึ้น – ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่สายการบิน
ประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 23/11/2022) **

Visitors: 119,238