ทัวร์อิตาลี โดโลไมท์ มห้ศจรรย์ความงาม 10วัน เดินทาง กุมภาพันธ์ - ตุลาคม 2569 | สายการบินไทย (TG)

รหัสสินค้า : CJN_H002 DOLOMITES ITALY 10D Feb-Oct 26_TG

ราคา

139,900.00 ฿

จำนวนที่จะซื้อ
ราคารวม 139,900.00 ฿

สินค้าไม่เพียงพอ

สินค้าหมด

อิตาลี โดโลไมท์ | 10 วัน 7 คืน

มหัศจรรย์ความงาม !!!

สัมผัสที่สุดความสวยงาม แห่งเทือกเขาโดโลไมท์

ราคา: เริ่มต้น 139,900 บาท (รวมค่าวีซ่าเชงเก้น และทิปทุกอย่างแล้ว)

สายการบิน: THAI AIRWAYS (TG)

**บินตรง กรุงเทพฯ - มิลาน - กรุงเทพฯ** 

มิลาน (อิตาลี) ▪ พอร์โตฟิโน ▪ ปิอาเซนซ่า ▪ จัตุรัสปิอัซซ่า ▪ กาวาลลี่ ▪ มหาวิหารปิอาเซนซา ▪ เซอร์มิโอเน อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ (อิตาลี) ▪ ปาสโซ ดิ จาว ▪ คอร์ติน่า ▪ ดอมปาซโว่ ▪ ทะเลสาบมิซูริน่า ▪ ทะเลสาบเบรียส ▪ บริกเซ่น ▪ โบลซาโน ▪ วาลด์ เด ฟุเน่ ▪ โบสถ์ Santa Maddalena ▪ โบสถ์ San Giovanni ออร์ติเซ่ ▪ ทะเลสาบ Carezza ▪ FoxTown Factory Stores ▪ ทะเลสาบโคโม ▪ ปราสาทสฟอร์เซสโก้ ▪ มหาวิหารมิลาน ▪ ช้อปปิ้งกัลเลเรีย วิตโตรีโอ เอ็มมานูเอล ที่ 2

เดินทาง: กุมภาพันธ์ - ตุลาคม 2569

กรุณาสอบถามที่นั่งว่างก่อนทำการจองทุกครั้ง

#อิตาลี #โดโลไมท์

โปรแกรมการเดินทาง

วันแรก  กรุงเทพมหานคร

21.00 น.  คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินไทย อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4

ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

วันที่สองมิลาน (อิตาลี) - พอร์โตฟิโน - ปิอาเซนซ่า

00.35 น.  ออกเดินทางสู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี (บินตรง) โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 924 (ใช้เวลาบินประมาณ 12.35 ชม.) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินมีบริการ อาหารค่ำ และ อาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบินตรง สู่เมืองมิลาน

07.10 น.  เดินทางถึงสนามบินมัลเพนซา (MXP) ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองพอร์โตฟีโน (Portofino) (ระยะทาง 214 กม. ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.)  เมืองท่าแห่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงในระดับโลก หมู่บ้านริมทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งตั้งอยู่ในเขต จังหวัดของเจนัว ที่ถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งเมืองท่า" เมืองพอร์โตฟิโน เป็นเมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารัก ภายในตัวเมืองประกอบไปด้วยด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไปตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มี เรือยอร์ช (Yatch) จอดเต็มไปหมด สถานที่ที่บุคคลสำคัญจากวงการบันเทิง วัฒนธรรม และการเงิน มาเยือนเสมอมา ณ สถานที่อันน่าหลงใหลแห่งนี้ ท่ามกลางธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์และได้รับการอนุรักษ์ไว้ จิตวิญญาณดั้งเดิมของหมู่บ้านริมทะเลและอาชีพการท่องเที่ยวของท้องถิ่นได้อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับปราสาทและป้อมปราการ Castello Brown ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ในอดีตเคยใช้เป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึก แต่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งของเมืองอีกด้วย

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  อิสระให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปและช้อปปิ้ง ตามอัธยาศัย  แหล่งช้อปปิ้งสุดหรู   เต็มไปด้วยร้านบูติกสุดหรูจากแบรนด์ดีไซเนอร์มากมาย อาทิ บาเลนเซียกา หลุยส์ วิตตอง และเฟอร์รากาโม โรเล็กซ์ และอื่นๆ ซึ่งเรียงรายอยู่ตามตรอกซอกซอยปูหินกรวดอันงดงามในย่านท่าเรืออันมีเสน่ห์ของเมือง ท่านสามารถเดินเล่นไปตามถนนแคบๆ ที่ปูหินกรวดเพื่อค้นพบแบรนด์ดีไซเนอร์ระดับไฮเอนด์ที่คัดสรรมาอย่างดี สินค้าเครื่องหนังและเครื่องประดับ สำรวจร้านค้าที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องหนังชั้นเยี่ยมและเครื่องประดับสุดหรูอื่นๆ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่เมืองปิอาเซนซ่า (Piacenza) (ระยะทาง 199 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.30 ชม.) เป็นเมืองทางประวัติศาสตร์ในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ประเทศอิตาลี ที่เหมาะแก่การเที่ยวชมสถาปัตยกรรมโรมันเนสก์และยุคกลาง เช่น วิหารและโบสถ์หลายแห่ง, พระราชวังฟาร์เนเซ (Palazzo Farnese) ซึ่งปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Best Western Park Hotel, Piacenza **** หรือเทียบเท่า

วันที่สาม  จัตุรัสปิอัซซ่า กาวาลลี่ - มหาวิหารปิอาเซนซา  - เซอร์มิโอเน  

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านชมจัตุรัสปิอัซซ่า กาวาลลี่ (Piazza Cavalli) เป็นหนึ่งในจัตุรัสสาธารณะที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองปิอาเซนซาประเทศอิตาลี จัตุรัสนี้แตกต่างจากปิอาซซาเดลดูโอโมตรงที่รายล้อมไปด้วยอาคารทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับชุมชนทางการเมืองและธุรกิจเป็นหลัก มีรูปปั้นม้าสองรูปซึ่งเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสนี้ ตั้งอยู่คร่อมด้านหน้าของพระราชวังโกติโก รูปปั้นเหล่านี้ได้รับการออกแบบโดยฟรานเชสโก โมชิและได้รับมอบหมายให้สร้างขึ้นในโอกาสที่มาร์เกริตา อัลโดบรันดินีภรรยาของรานชีโอที่ 1 ฟาร์เนเซ เดินทางมาถึงเมืองปิอาเซนซา รูปปั้นทองสัมฤทธิ์มีมูลค่า 44,107 สกูดีโรมัน รูปปั้นรานชีโอสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1620 และรูปปั้นของอเลสซานโดร ฟาร์เนเซ ดยุกแห่งปาร์มา บิดาของเขาสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1624 นำท่านเข้าชมมหาวิหารปิอาเซนซา (Piacenza Cathedral) ชื่อเต็มว่า มหาวิหารซานตามาเรีย อัสซุนตา เอ ซานตา จุสตินา เป็นมหาวิหารโรมันคาทอลิกในเมืองปิอาเซนซา ประเทศอิตาลี โครงสร้างปัจจุบันสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1122 ถึง 1233 และเป็นหนึ่งในตัวอย่างอันทรงคุณค่าที่สุดของมหาวิหารโรมาเนสก์ในภาคเหนือของอิตาลี อุทิศแด่พระแม่มารีและนักบุญจัสตินา มีความยาวภายนอกรวม 85 เมตร และความสูงของส่วนหน้าอาคาร 32 เมตร ซึ่งเป็นขนาดที่ทำให้เป็นโบสถ์โรมาเนสก์ที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ด้านหน้าอาคารทำจากหินอ่อนสีชมพูและหินปิดทองแบบเวโรเนเซ แบ่งตามแนวนอนด้วยระเบียงคดซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เหนือประตูทางเข้าทั้งสามบาน ตกแต่งด้วยหัวเสาและรูปปั้นโรมาเนสก์ ภายในมีทางเดินกลางและทางเดินสองทาง แบ่งด้วยเสาขนาดใหญ่ 25 ต้น จิตรกรรมฝาผนังที่โดดเด่นสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14-16 โดย Camillo Procaccini และ Ludovico Carracci ในขณะที่จิตรกรรมฝาผนังภายในโดมสร้างโดย Pier Francesco Mazzucchelli, "il Morazzone" และ Guercino

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซอร์มิโอเน (Sirmione) ) (ระยะทาง 114 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 1.45 ชม.)  ตอนเหนือของประเทศอิตาลี  เมืองเล็กๆที่มากด้วยเสน่ห์ของอิตาลี เมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรเป็นดั่งเมืองลอยน้ำที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะยังมีซากปรักหักพังของโบราณสถานหลายร้อยปีก่อนตั้งอยู่ที่นี่ โดยมีฉายาว่าเป็น “ไข่มุกแห่งคาบสมุทรเซอร์มิโอ” และยังเป็นดั่งดั่งเมืองเวนิสสอง เนื่องด้วยบ้านเมืองในเซอร์มิโอเนยังอยู่ท่ามกลางแหล่งน้ำและด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแหลมยื่นเข้าไปในทะเลสาบการ์ดา (Garda) ที่มีความสวยงาม อดีตเคยเป็นเมืองที่มีผู้คนที่มีฐานะในยุคสมัยโรมันใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และปัจจุบันก็เป็นเมืองพักผ่อนริมทะเลสาบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านสปา เพราะมีน้ำพุร้อนที่มีสรรพคุณที่ช่วยในการรักษาเยียวยา เต็มไปด้วยแร่ธาตุที่บำรุงผิวพรรณและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย นำท่านเดินเล่นในบริเวณเมืองเก่า นำท่านเข้าชมปราสาทเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 500 ปี  "THE SCALLGER OF SIRMIONE" ถูกสร้างขึ้นในปี 1277 และเมืองนี้เคยอยู่ในการปกครองของตระกูล SCALIGER

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Alevic  หรือ Hotel Sirmione Terme **** หรือเทียบเท่า

วันที่สี่  เซอร์มิโอเน - อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ (อิตาลี)  - ปาซโว่ ดิ จาว - คอร์ติน่า  ดอมปาสโซ่

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่อุทยานแห่งชาติในเขตเทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) เขตทิโรล ของประเทศอิตาลี เป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวของอิตาลี ที่องค์กรยูเนสโกรับรองให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ  (Unesco) โดโลไมท์เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ ที่พาดผ่านตอนเหนือของประเทศอิตาลี หรืออิตาเลี่ยนแอลป์ เทือกเขาโดโลไมท์มียอดเขาที่มีลักษณะประหลาด เป็นกรวยสูงตระหง่าน ยอดแหลมชันราวซี่ฟันเลื่อยหรือฟันปลาไม่เหมือนยอดเขาอื่นใด ความโดดเด่นของ โดโลไมท์(Dolomites) คือ ยอดเขาสูง เป็นเขาหินปูนผนังแนวตั้งสีเทาขาว ภูเขาแต่ละลูกมีรูปร่างที่แตกต่างแปลกตา และให้สีสันที่แตกต่างกันยามเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ในยามพระอาทิตย์ ขึ้น-ตก เกิดเห็นยอดเขาเป็นสีชมพูจางๆ ที่ชาวอิตาลีเรียกความมหัศจรรย์นี้ว่า "Enrosadira" หมายถึง turn into pink บางส่วนเห็นเป็นสีส้มผสมแดง สีน้ำตาล ตัดกับสีของท้องฟ้าในช่วงเวลาที่ต่างกัน นำท่านแวะถ่ายรูป  ปาซโว่ ดิ จาว  Passo di Giau  (ระยะทาง 285 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4  ชม.)  นำท่าน ถ่ายรูปกับ Ra Gusela  ภูเขารูปทรงพีระมิด เหนือทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ (Cortina D’Ampezzo)  เมืองศูนย์กลางด้านตะวันออกของโดโลไมท์ เมืองสกีรีสอร์ทที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเทือกเขาโดโลไมท์ คอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ เคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1956 และเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ 007 ตอน For Your Eye Only ได้รับการขนานนามว่าเป็น ไข่มุกแห่งเทือกเขาโดโลไมท์ เมืองนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,219 เมตร เป็นสถานที่ตากอากาศตลอดปีของชนชั้นสูงและบรรดาหนุ่มสาว อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองเลือกซื้อของที่ระลึกหรือเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Parc Hotel Victoria หรือ Ambra Hotel **** หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า  คอร์ติน่า  ดอมปาสโซ่ – ทะเลสาบมิซูริน่า - ทะเลสาบเบรียส - บริกเซ่น – โบลซาโน

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบ มิซูลิน่า (Misurina Lake) (ระยะทาง 15  กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที)   ทะเลสาบที่หลบซ่อนตัวในหุบเขา ทะเลสาบธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในคาดอร์ (Cadore) แห่ง อิตาลี โดยอยู่ในระดับความสูง 1,754 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ลักษณะของทะเลสาบมิซูรีน่ามีความยาว 2.6 กิโลเมตร และ มีความลึกที่สุดอยู่ที่ 5 กิโลเมตร ทะเลสาบมิซูรีน่ามีธรรมชาติอันงดงามและเป็นเอกลักษณ์ทั้งผืนน้ำที่สะท้อนกับหุบเขา ขนาดใหญ่เป็นดั่งภาพพื้นหลังให้วิวทิวทัศน์สมบูรณ์ของหุบเขาโดโลไมท์ที่มีความงดงามดุจในเทพนิยาย  นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบ (Lake Antorno) ทะเลสาบเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากทะเลสาบมิซูริน่าเพียง 2 กม. มีฉากหลังเป็นยอดเขา Tre Cime เป็นจุดถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบรียส (Lake Braies ) หรือ (Pragser Wildsee)  (ระยะทาง 40  กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) ในเขตอุทยานแห่งชาติ  Fanes Sennes Braies เขตป่าสงวนที่ใหญ่ที่สุดใจกลางเทือกเขาโดโลไมท์ ทะเลสาบที่ได้ขึ้นชื่อว่าไข่มุกแห่งโดโลไมต์ ตั้งอยู่ในหุบเขาโดโลไมต์ และยังได้เป็นส่วนหนึ่งใน มรดกโลก (UNESCO) อีกด้วย ให้ท่านเก็บถ่ายภาพความงดงามของทะเลสาบ เชื่อกันว่าที่นี่เป็นประตูสู่ดินแดนใต้พิภพตามตำนาน ทุกๆร้อยปีในคืนพระจันทร์เต็มดวงเจ้าหญิงในตำนานจะออกมาจากเนินเขา Sass Dia Porta ภาษาลาตินหมายถึง “ประตูบนภูเขา” ทรงพายเรือรอบๆทะเลสาบ พร้อมส่งเสียงแตรที่ดังกึกก้องไปทั่ว เทือกเขาโดโลไมท์บ้างก็ว่า ครั้งหนึ่งเคยมีถ้ำตรงเนินเขาก่อนจะมีหินถล่มปิดปากถ้ำ เหมือนจะฝังเจ้าหญิงไว้ขัดขวางไม่ให้คืนความรุ่งโรจน์แก่อาณาจักรของพระองค์ตลอดกาล ทะเลสาบ Braies ตั้งอยู่ริมขอบทางทิศเหนือของอุทยานมีทางเดินอย่างดีเป็นวงกลมรอบทะเลสาบ

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่เมืองบริกเซ่น (Brixen) (ระยะทาง 65  กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.)  เมืองเก่าแก่ในแคว้น South Tyrol นำท่านเที่ยวชมเมือง นำท่านชมโบสถ์ Cathedral of Brixen ซึ่งเป็นโบสถ์ประจำเมือง ที่สร้างอุทิศให้กับการอัสสัมชัญของพระนางมารีย์พรหมจารีและแคสเซียนแห่งอิโมลา โบสถ์ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่10 และมีการรีโนเวทใหม่ในศตวรรษที่ 18  เป็นโบสถ์สไตล์บาโรกที่สวยงาม

ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองโบลซาโน (Balzano)  (ระยะทาง 45 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) เมืองที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ เมืองหลวงของภูมิภาคไทโรลใต้ (South Tyrol) ที่นี่แม่น้ำ Talvera จะไหลลงไปในแม่น้ำ Israco และมารวมกันเป็นแม่น้ำ Adige เนินเขาที่เป็นป่า ทุ่งหญ้า ไร่องุ่นและเทือกเขา Dolomites ในทางทิศตะวันออกนั้นเหมาะกับการพักผ่อนแบบผ่อนคลายอย่างยิ่ง นำท่านถ่ายภาพกับ มหาวิหารโบลซาโน (Duomo Balzano) มหาวิหารใจกลาง Piazza Walther และสร้างขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 4 ในปีต่อ ๆ มา มหาวิหารก็มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเข้ามาและได้รับการบูรณะ จุดเด่นของอาคารแบบกอธิคแห่งนี้คือหลังคากระเบื้องที่สวยงามหลังคานี้มีรูปแบบเพชรสีเขียวสีขาว และสีเหลือง โดดเด่นเหนืออาคารที่อยู่โดยรอบ นำท่านเดินสำรวจเมืองเก่า เดินเล่นชมจัตุรัสกลางของ Bolzano คือ Piazza Walther (Waltherplatz) ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่มีการจัดตลาดและเทศกาลต่างๆ และยังเป็นที่ตั้งโบสถ์สำคัญของเมืองอีกด้วย อิสระให้ท่านเดินเล่น เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย 

ค่ำ  รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารจีน

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Four Point by Sheraton Balzano **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)

วันที่หก  วาลด์ เด ฟุเน่ – ออร์ติเซ่ – นั่งกระเช้า Secada - ทะเลสาบ Carezza  - โบลซาโน

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ชุมชนวาลด์ เด ฟุเน่ (Val di funes) (ระยะทาง 41 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) มหัศจรรย์ของดินแดนแห่งธรรมชาติกับยอดเขาแปลกตาอีกแห่งในโดโลไมท์ เป็นหมู่บ้านมรดกโลกของอิตาลี รายล้อมด้วยเทือกเขาสูง เป็นชุมชนเล็กๆทางภาคตะวันตกของอุทยานโดโลไมท์ ประกอบไปด้วยหมู่บ้านเล็กๆ 6 หมู่บ้าน โดยมีชื่อเสียงจากการมีวิวทิวทัศน์ที่สวยในเขต South Tyrol นำท่านถ่ายภาพกับโบสถ์ซานตา แมดดาเลนา (Santa Maddalena) โบสถ์เก่าแก่ประจำเมืองที่มีอายุกว่า 600 ปี โปสถ์ที่นิยมมาถ่ายภาพมากที่สุด ด้วย วิวทิวทัศน์ที่งดงาม มีฉากหลังเป็นเทือกเขา Odles (การเดินขึ้นไปถ่ายภาพความประทับใจ ท่านจะต้องเดินขึ้นเนินประมาณ 30 นาที ) อิสระให้ท่านถ่ายภาพตามอัธยาศัย นำท่านถ่ายภาพกับโบสถ์ San Giovanni โบสถ์เล็กๆ กลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มีฉากหลังเป็นเทือกเขา Odles ที่สวยงาม          ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองออร์ติเซ่ (Ortisei)  (ระยะทาง 32 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย  (สำหรับปลายเดือน พ.ค. - ต้น พ.ย.) นำท่านนั่ง กระเช้าเคเบิ้ลคาร์  Ortisei – Funes – Seceda  นำท่านนั่งกระเช้า 2 ต่อ เพื่อขึ้นชมยอดเขา Seceda ภูเขารูปทรงเอกลักษณ์ ของโดโลไมท์ ความสูงประมาณ 2,519 เมตร โดยความพิเศษของยอดเขาคือ มีลักษณะคล้ายเปลวเพลิงที่เป็นหิน จนนักท่องเที่ยวต่างให้เรียกขานกันว่า Flame frozen in stone อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพความประทับใจ จากนั้นนำท่านกลับลงสู่ด่านล่าง

หมายเหตุ : การนั่งกระเช้า หากสภาพอากาศหรือมีเหตุขัดข้องไม่สามารถขึ้นได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการงดให้นั่งกระเช้า เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน  **กระเช้า เปิดตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายน  ** 

(สำหรับช่วงหน้าหนาว จะไม่ได้ขึ้นกระเช้า เนื่องจากไม่เปิดทำการ กลาง พฤศจิกายน - กลาง พฤษภาคม ) จะนำท่านเที่ยวชมเมืองออร์ติเซ่แทน

นำท่านเที่ยวชม เมืองออร์ติเซ่ (Ortisei)  เมืองสกีรีสอร์ทเล็กๆที่ตั้งอยู่ในหุบเขา Dolomites Val Gardena โดยมีเทือกเขาต่างๆอยู่รายล้อม เช่น Seceda, Resciesa, Alpe di Siusi, Monte Piz และ Col de Mesdí ฯลฯ ที่นี่จัดได้ว่าเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวโดโลไมท์ในด้านตะวันตก ในฤดูหนาวกิจกรรมหลักก็หนีไม่พ้นการเล่นสกี ในฤดูร้อนก็เป็นการเดินป่า ปีนเขา ขี่จักรยาน ฯลฯ  นำท่านเดินเที่ยวชม ย่านใจกลางเมือง ที่มีชื่อเสียงในด้านความสวยงามของอาคารบ้านเรือน โบสถ์ ตลอดจน ร้านค้า ร้านอาหาร และโรงเเรมต่างๆตั้งอยู่ อาคารเเต่ละหลังต่างมีเอกลักษณ์และตกเเต่งได้อย่างน่ารัก สวยงาม เป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่น และจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก บางคนยกย่องให้เป็นถนนคนเดินสายช้อปปิ้งที่สวยงามที่สุดของโดโลไมท์ นอกจากธรรมชาติอันงดงามแล้ว เมืองออร์ทิเซ่ยังขึ้นชื่อในเรื่องงานฝีมือแกะสลักไม้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยเฉพาะรูปสลักที่เกี่ยวข้องกับทางศาสนา ซึ่งเป็นของฝากของสะสมที่มีชื่อเสียงของที่นี่ นำท่านชมโบสถ์ Saint Ulrich ตั้งอยู่ทิศเหนือของเมือง สถาปัตยกรรมสไตล์เรอเนสซองซ์และประติมากรรมบาโรก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง นำท่านเที่ยวชมทะเลสาบ Carezza Lake หรืออีกชื่อคือ “Lec de ergobando”  (ระยะทาง 61 กม. ใช้เวลาประมาณ 1.40 ชม.) ทะเลสาบที่ได้รับฉายาจากนักท่องเที่ยวว่า Rainbow Lake ทะเลสาบสายรุ้ง ทะเลสาบอัลไพน์ขนาดเล็กที่มีน้ำสีเขียวมรกตน้ำ ในทะเลสาบมีหลายเฉดสีตั้งแต่ เขียว,เทอร์ควอยซ์,ฟ้าและน้ำเงิน ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ถูกเรียกว่า ทะเลสาบสายรุ้ง มีทิวทัศน์ที่งดงาม อันมีฉากหลังเป็นเทือกเขา Latemar  ตั้งอยู่สูง 1,520 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความกว้างประมาณ 140 เมตร ยาว 300 เมตร น้ำในทะเลสาบมีความลึกตั้งเเต่ 6-22 เมตร ชื่นชมกับวิวทะเลสาบสีเขียวทองที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยเขาสูงปลายแหลม สะท้อนสีสันหลากหลายของธรรมชาติ ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบลซาโน (Balzano) ”  (ระยะทาง 30 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Four Point by Sheraton Balzano **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)                              

วันที่เจ็ด  โบลซาโน  - FoxTown Factory Stores - ทะเลสาบโคโม

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ FoxTown Factory Stores (ระยะทาง 328 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.) ศูนย์รวมสินค้าเอาท์เล็ทจากโรงงานแห่งแรกในยุโรปใต้ มีร้านค้ามากกว่า 160 ร้าน และแบรนด์ดังกว่า 250 แบรนด์ มีทั้งบาร์ ร้านอาหาร สนามเด็กเล่น และ คาสิโน

กลางวัน  อิสระให้ท่านรับประทานอาหารกลางวัน ตามอัธยาศัย (ไม่รวมในรายการ)

บ่าย  อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบโคโม (Como Lake) (ระยะทาง 41 กม. ใช้เวลาประมาณ 1.10 ชม.) เมืองริมทะเลสาบที่สวยงามบริเวณพรมแดนอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ทะเลสาบโคโมที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์สูงตระหง่านอันงดงาม นำท่านชม ทะเลสาบโคโม่ (Como Lake) โดยทะเลสาบโคโม่นั้นตั้งอยู่ในจังหวัดโคโม่ แคว้นลอมบาร์เดียเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลี แต่เรื่องความสวยงามนั้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยพื้นที่โดยรอบมีความยาวถึง 146 กม. จึงทำให้ทะเลสาบแห่งนี้กลายเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศอิตาลี แถมยังพ่วงตำแหน่งทะเลสาบที่ลึกที่สุดเป็นอันดับ 5 ในยุโรปด้วยความลึกกว่า 400 เมตร ทะเลสาบโคโม่ อยู่ที่ลักษณะของเวิ้งน้ำที่เป็นเหมือนรูปตัว Y คว่ำ ล้อมรอบไปด้วยเมืองเล็กเมืองน้อยที่สร้างสีสันให้กับผืนน้ำแห่งนี้

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Hilton Lake Como หรือ Metropole Suisse Au Lac **** หรือเทียบเท่า

วันที่แปด  มิลาน – ปราสาทสฟอร์เซสโก้ - มหาวิหารมิลาน - กัลเลเรีย วิตโตรีโอ เอ็มมานูเอล ที่ 2

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองมิลาน (Milan) ประเทศอิตาลี (ระยะทาง 91 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.)  เป็นเมืองเอกของแคว้นลอมบาร์เดีย ประเทศอิตาลี ถือเป็นนครที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองจากกรุงโรม เป็นหนึ่งในเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจของยุโรป และเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก นำท่านเข้าชมปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Castello Sforzesco) ตั้งอยู่ใน Parco Sempione สวนสาธารณะเขียวขจีขนาดกว้างขวาง ชาวอิตาเลียนนิยมมาวิ่งออกกำลังกายกัน ความสง่างามและน่าเกรงขามจากกำแพงอิฐไซส์บิ๊กเรียงรายอย่างมีระเบียบตามสไตล์ยุคกลาง แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของหอคอยสูง 70 เมตร ปัจจุบันเป็นที่อยู่ของมิวเซียมถึง 9 มิวเซียม ภายในมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่มีชื่อว่า Museum of Ancient Art ให้ได้ศึกษาประวัติความเป็นมาเมืองมิลานและเรื่องราวของปราสาทสฟอร์เซสโก้ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่เก็บผลงานศิลปะของศิลปินชื่อดังอย่าง ไมเคิล แองเจลโล รวมทั้งผลงานของเหล่าศิลปินชื่อดังในยุคเรเนสซองส์อีกมากมาย

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย  นำท่านถ่ายรูปมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน หรือที่เรียกว่าดูโอโม่ (Duomo) เป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอับดับสอง รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในกรุงวาติกัน (เป็นมหาวิหารแบบโกธิคและใหญ่เป็นอันดับสามของยุโรป) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1386 แล้วเสร็จในปี ค.ศ.1813 ด้านนอกเป็นยอดแหลม 135 ยอด จึงมีชื่อเรียกว่า "มหาวิหารเม่น" มีรูปสลักหินอ่อนจากยุคต่างๆ ประดับอยู่กว่าสามพันรูป บนยอดของมหาวิหารมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตร ของพระแม่มาดอนน่า   ด้านหน้าของมหาวิหารเป็นลานกว้าง เรียกว่า เปียซซ่า เดล ดูโอโม่ (Piazza Del Duomo) เป็นศูนย์กลางแหล่งชุมนุมของผู้คนมาทุกยุคสมัย   ด้านข้างของจัตุรัสหน้าดูโอโม่ทางทิศเหนือ จะเห็นทางเข้า กัลเลเรีย วิตโตรีโอ เอมานูเอล ศูนย์กลางการค้าที่หรูหราอลังการแห่งเมืองมิลาน อิสระให้ท่านถ่ายรูปและช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมซึ่งมีจำหน่ายมากมายในบริเวณ กัลเลเรีย วิตโตรีโอ เอมานูเอล 

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Ramada Plaza by Wyndham Milano **** หรือเทียบเท่า

วันที่เก้า  มิลาน

เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

10.30 น.  นำท่านเดินทางสู่สนามบินมัลเพนซา (MXP) ประเทศอิตาลี เพื่อให้ท่านมีเวลาดำเนินการเรื่องทำคืนภาษี (TAX Refund)

14.05 น.  ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานคร โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 941 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10.50 ชม.) สายการบินมีบริการอาหารเย็นและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบิน

วันที่สิบ  กรุงเทพมหานคร

05.55 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

 

***Travel Around the World by Chic Journey***

ราคาทัวร์ 139,900 บาท :  19 – 28 ก.พ. 69 / 18 – 28 มี.ค 69

ราคาทัวร์ 149,900 บาท : 12-21 เม.ย. 69 / 1-10 พ.ค. 69 / 27 พ.ค.- 5 มิ.ย. 69 / 10-19 มิ.ย. 69 / 15-24 ก.ค. 69 / 11-20 ส.ค. 69 / 18-27 ก.ย. 69

ราคาทัวร์ 145,900 บาท : 8-17 ต.ค. 69 / 15-24 ต.ค. 69

อัตราค่าบริการ 

ม.ค. - มี.ค. 69

เม.ย. - ก.ย. 69

ตุลาคม 2569

ผู้ใหญ่พัก 2 ท่านต่อห้อง หรือ เด็กอายุมากกว่า 11 ปีบริบูรณ์ พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน หรือ พัก 3 ท่านต่อห้อง ราคาท่านละ

139,900

149,900

144,900

พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ

20,000

30,000

25,000

เด็กอายุ 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน เสริมเตียง

135,900

145,900

139,900

ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์(TG) เริ่มต้นที่ท่านละ

(ราคาสามารถยืนยันได้ก็ต่อเมื่อที่นั่งconfirm เท่านั้น)

100,000 – 170,000

ไม่เอาตั๋วเครื่องบินหักคืน (BKK-MXP -BKK)

26,000

30,000

28,000

Visitors: 222,156